ถาม-ตอบ

รวมส่วนผสม Hydration ที่เติมน้ำให้ผิว ให้ผิวดูอิ่มฟู
สาร Hydration ที่ช่วยตอบโจทย์เรื่องความชุ่มชื้นให้กับทุกสภาพผิว พร้อมช่วยปรับสมดุลของผิวช่วยเสริมความชุ่มชื้น ใช้แล้วเน้นเรื่องความกระจ่างใส & สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิว 1.Aloe Vera Extract 2.Glycerin 2.Hyaluronic Acid 3.Urea 4.Squalane
Lutfeeml 08/06/2022 636
หาครีมใต้ตา
มีครีมใต้ตาแนะนำได้ต้า
Amonrid Rodsuk 23/11/2022 412
รีกษารอยดำจากสิวยังไงคะ
ผิวหน้าเกิดรอยดำจากสิวอักเสบ ที่ได้ทำการบีบสิว รักษารอยดำยากมากคะ ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนดี
Sanaoraya Ja 02/01/2024 89
เลเซอร์ขนหน้า
เลเซอร์ขนหน้า จะช่วยเรื่องสิวเสี้ยนให้ดูจางลงไหมคะ
nreffer 12/10/2022 554
ฉีดวัคซีน HPV จำเป็นมั้ยคะ? ขอถามสาวๆทุกคนค่ะ
ขออนุญาตแอดมินนะคะ ไม่รู้ผิดกฎมั้ย ถ้าผิดลบได้เลยค่ะ อยากถามสาวๆทุกคนว่า ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก HPV กันมั้ยคะ? -จำเป็นแค่ไหน? (ส่วนตัว สนใจอยู่ แต่ราคาสูงมาก ก็เลยลังเลว่ามันจำเป็นมั้ยนะ) -ฉีดแบบไหนดี ฟลูออพชั่นครบทุกสายพันธุ์ไปเลยมั้ย? -ถ้าเคยฉีด รบกวนแนะนำรพ. แอบบอกราคาด้วยจะกราบบบ ขอบคุณมั๊กๆ เบื่อแล้วเรื่องวัคซีนโควิด ขอถามถึงวัคซีนอื่นบ้างน้าาา
archi 02/12/2021 769
รอยสิวฝังลึกควรทำหัตถการอะไรดี
อดีตเคยเป็นสิวหนัก ส่วนหนึ่งเพราะชอบแกะเกา ตอนหลังใช้สกินแคร์ดูแลผิว รอยสิว-รอยแดงจางลงดีมากๆ แต่สังเกตว่ารอยสิวเก่าที่ค่อนข้างลึกแทบไม่หาย จางลงไปนิดเดียว เลยอยากรู้ว่ามีหัตถการอะไรแนะนำบ้างไหมครับ หรือมีสกินแคร์ตัวดีแนะนำด้วยก็ได้นะครับ ขอบคุณครับ
AKINO 31/01/2023 392
เพื่อนๆรักษาสิวที่คางยังไงบ้างคะ
เรามีปัณหาสิวที่คาง แก้ไม่หายสักทีค่ะ ไปหาหมอตลอด ไปหาหมอทีก็ดีขึ้นที วันนี้อยากขอ how to จากทุกคน ว่ามีวิธีรักษาให้หายขาดไหมคะ ไม่อยากไปหาหมอแล้ว หมอบอกว่าสิวที่คางคือมีปัญหาเรื่องฮอโมน เรื่องมดลูก หมอแนะนำให้ลองกินยาคุม แต่เราไม่อยากกินยาคุม แล้วก็ไม่อยากกินแอคโนตินด้วย เคยกินแล้วหายจริงค่ะ แต่พอหยุดกินก็เห่อขึ้นมาหนักกว่าเดิมอีก ใครรักษาสิวที่คางหายขาดไม่วนลูป บอกบุญหน่อยค่า
jee 07/11/2023 115
หาครีมลบรอยสิว
แนะนำหน่อยจ้าาา
Amonrid Rodsuk 02/12/2022 688
การใช้สกินแคร์สิว
เราสามารถเปลี่ยนไปเรื่อยๆได้ไหมคะ ส่วนใหญ่ใช้เป็นครีมซอง มีหลายแบรนด์มากค่ะ
silkiex 20/08/2023 223


อยากให้ทุกคนรู้จักถึงการสุมยา
ก่อนอื่นเรามาดูสรรพคุณหรือฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสมุนไพรที่เราจะใช้ในการสุมยาก่อนเลย - หอมแดง มีสารเควอร์ซิติน (Quercetin) มีฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และช่วยขยายหลอดลม (หอมใหญ่ก็ใช้ได้) - ตะไคร้ มีสารสารสำคัญคือ kaempferol, quercetin, myricetin แพทย์แผนไทยใช้รักษาปอดบวม แก้ไข้ แก้หวัด รักษามาราเรีย พบฤทธิ์ต้านการไอ และช่วยคลายเครียด - มะกรูด ตระกูลส้ม คือ สารเฮสเพอริดิน (hesperidin) รูทิน (rutin) และนาริง เป็นสารในกลุ่ม flavonoid อีกชนิดที่เป็นสารยับยั้งขบวนการทำลายเซลล์ ต้านการอักเสบ เสริมประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระของวิตามินซี ยับยั้งการปลดปล่อยฮีสตามีนที่ก่อให้เกิดอาการแพ้จากเซลล์ปอด กระตุ้นการทำงานเซลล์เม็ดเลือดขาวให้ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีมากขึ้น - กะเพรา ศาสตร์อายุรเวทใช้รักษาหวัด แก้ปวดหัว คลายเครียด มีฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยมีผลยับยั้งเอนไซม์ neuraminidase ของไวรัส ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการรักษาและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส ในช่วงฤดูหนาวสภาพอากาศเย็นและชื้น หากกระทบกับร่างกายจะทำให้ธาตุในร่างกายเสียสมดุล โดยอาการที่มักเกิดขึ้นบ่อย ได้แก่ อาการหวัด คัดจมูก จาม เป็นต้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ซึ่งต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ และหากเกิดอาการหวัด คัดแน่นจมูก เรามีวิธีง่ายๆ ด้วย"การสุมยา" สามารถทำที่บ้านได้ด้วยตัวเองด้วยวิธีนี้เลย ขั้นตอนการเตรียมสมุนไพร - นำหอมแดง(ทุบพอบุบ), ตะไคร้(หั่นเป็นท่อนและทุบพอบุบ), มะกรูด(หั่นผิวมะกรูด หรือหั่นขวางเป็นแว่นๆ), ใบกระเพรา ปริมาณอย่างละเท่าๆกัน - ใส่สมุนไพรทั้งหมดลงกะละมัง หรือหม้อที่ทนความร้อน เติมน้ำร้อนใส่พอท่วมสมุนไพรและ ปิดฝาไว้ 2-3 นาที วิธีใช้ - เตรียมผ้าคลุมศีรษะ เปิดฝา ใช้ผ้าคลุมศีรษะพร้อมกะละมังให้ปิดสนิท - สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆประมาณ 3-5 นาทีหรือจนกว่าไอน้ำจะหมด ทำเมื่อมีอาการหวัด คัดจมูก จาม วันละ 1-2 ครั้ง จนกว่าอาการจะดีขึ้น ข้อควรระวัง - หากมีไข้ ไม่ควรสุมยาเพราะจะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น - ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงไม่ควรสุมยา เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้อีก - หากมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ไม่ควรทำการสุมยา - ไม่ควรทำการสุมยาในผู้ที่แพ้น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรในตำรับนี้ อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพของตัวเองทั้งกายและใจด้วยนะคะ สนใจบทความสาระดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรได้ที่ : https://www.saithongherb.com/ Facebook : Saithong Tiktok : Saithongofficial
Saithong 25/03/2024 76
รากกิกเก้ ยาสมุนไพรลดอาการไอ ช่วยให้ชุ่มคอ
รากกิกเก้ (Platycodonis glandiflorus) เป็นสมุนไพรแผนจีนหายากที่มีมายาวนาน มีสรรพคุณรักษาโรคได้หลากหลาย ทางแพทย์แผนจีนมักนำมาใช้เป็นส่วนผสมในยาแก้ไอ ขับเสมหะ โดยมีสรรพคุณช่วยบำรุงปอด บรรเทาอาการแน่นหน้าอก และทอนซิลอักเสบ และยังมีการศึกษาที่พบว่า สารซาโปนิน Platycodins ในรากกิกเก้ มีส่วนช่วยคุมอาการของโรคหอบหืด รวมถึงสามารถต้านอนุมูลอิสระ รากกิกเก้ ของต้นกิกเก้ ขึ้นอยู่ตามพื้นที่ส่วนใหญ่ของจีน ใช้บำบัดอาการไข้หวัดหรือไอเพราะมีเสมหะ โดยเฉพาะมีเสมหะเหนียวขากออกยาก อึดอัดแน่นหน้าอก นอกจากนี้ กิกแก้ยังใช้บำบัดอาการเสียงแหบแห้งเจ็บคอได้ด้วย สำหรับผู้ที่ไอมีเลือดปนหนอง ให้ใช้กิกแก้และชะเอมบำบัด จะช่วยขับเสมหะและหนองได้ อ่านบทความสมุนไพรเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.saithongherb.com/ Facebook : Saithong Tiktok : Saithongoffici
Saithong 19/02/2024 107
ใครเคยใช้ เซรั่มกระเจีียบเขียวบ้างค่ะ
เคยเห็นรีวิวว่าช่วยเรื่องริ้วรอยได้จริง ใช้ครั้งรแรกก็หน้าอิ่มฟู หรือใครเคยใช้บ้างค่ะ
Eddy 13/02/2024 94
ยาคุมกำเนิด รักษาสิวได้อย่างไร?
ยาคุมกำเนิด รักษาสิวได้อย่างไร? ก่อนอื่นเลยก็มาดูกันที่สาเหตุของการเกิดสิวกันก่อนค่ะ หนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว ก็คือการเกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจน โดยฮอร์โมนแอนโดรเจนจะไปกระตุ้นให้ผิวหนังผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น เมื่อผิวหนังผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้นก็จะเกิดกระบวนการอักเสบและเกิดการเพิ่มจำนวนของ Cutibacterium Acnes ซึ่งทำให้เกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบ รวมไปถึงสิวอื่นๆ ซึ่งยาคุมกำเนิดสามารถรักษาสิวได้ก็เพราะยาคุมจะเข้าไปต้านฤทธิ์ของฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำให้ช่วยลดความมันบนผิวซึ่งเป็นบ่อเกิดของการเกิดสิวนั่นเองค่ะ โดยการใช้ยาคุมรักษาสิวก็จะใช้ในกลุ่มของสาวๆ ที่มีสิวรุนแรงปานกลางขึ้นไป รวมถึงผู้ที่ใช้ยาทารักษาสิวร่วมกับยาปฏิชีวนะแล้วไม่ได้ผลดีเท่าที่ต้องการ สาวๆ กลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องใช้ยาคุมเพื่อรักษาสิวร่วมด้วยค่ะ ตัวแรก "ยาคุมที่กินแล้วไม่อ้วน" ยี่ห้อ Justima ก็มีการเคลมว่า มีผลข้างเคียงน้อย รับประทานแล้วช่วยให้หน้าใส แถมไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นด้วย JUSTIMA หรือ จัสติมา เป็นยี่ห้อยาคุมกำเนิดที่มี 21 เม็ด/แผง ซึ่งต้องรับประทานติดต่อกัน 21 วัน ในยาคุมกำเนิดแต่ละเม็ดประกอบด้วยตัวยา 2 ชนิด ได้แก่Drospirenone (ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน) 3 มิลลิกรัม และ Ethinylestradiol (ฮอร์โมนเอสโตรเจน) 0.03 มิลลิกรัม Justima เป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม ซึ่งมีฮอร์โมนเพศหญิง 2 ชนิด คือโปรเจสเตอโรน และเอสโตรเจน ในปริมาณต่ำ จึงมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเทียบเท่ากับยาคุมกำเนิดยี่ห้ออื่นๆ โดยส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายค่อนข้างน้อย ยาคุมตัวต่อมาสำหรับสาวๆ ที่กังวลเรื่องของอาการตัวบวมรวมไปถึงเรื่องน้ำหนักตัวด้วยจะเป็นยาคุมหรือยาปรับฮอร์โมน ee30d ยาสมิน (Yasmin) โดยส่วนผสมในยาคุมจะเป็น Ethinyl Estradiol 0.030 mg + Drospirenone 3 mg เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องน้ำหนัก เนื่องจาก Drospirenone สามารถเข้าไปลดการคั่งของน้ำในร่างกาย ทำให้น้ำหนักไม่เพิ่ม รวมถึงยังเหมาะกับคนที่กินยาคุมที่มี Ethinyl Estradiol 0.035 mg แล้วมีอาการเวียนศีรษะ เนื่องจากว่าตัวนี้มี Ethinyl Estradiol ที่ลดลงค่ะ แต่ว่าในเรื่องของราคาก็จะสูงกว่ายาคุมตัวอื่นๆ ด้วย ต่อไปสำหรับคนที่มีสิวปานกลางและกังวลเรื่องน้ำหนักสำหรับตัวต่อมาสำหรับสาวๆ ที่มีสิวเยอะปานกลางและกังวลเรื่องน้ำหนักค่ะ ควรมองหายาคุมที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน Ethinyl Estradiol 0.035 mg + Chlormadinone Acetate 2 mg เหมาะกับคนที่เป็นสิวปานกลางขึ้นไปและกังวลเรื่องน้ำหนัก เนื่องจากว่าตัวนี้ไม่ทำให้เกิดภาวะบวมน้ำและน้ำหนักเพิ่ม มีฤทธิ์ต้านการทำงานของต่อมไขมัน ช่วยลดสิวบริเวณใบหน้าและลำตัว ลดภาวะขนดกจากฮอร์โมนแอนโดรเจนได้แต่ว่าก็จะมีฤทธิ์อ่อนกว่าค่ะ
Justima 23/01/2024 116
คุณประโยชน์ของแคลเซียม
แคลเซียม แคลเซียมเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์แคลเซียมเองได้ ต้องรับแคลเซียมจากอาหารที่ผ่านการย่อยและดูดซึม โดย 99% ของแคลเซียมจะถูกใช้ในการสร้างกระดูกและฟัน ส่วนอีก 1% นั้นจะอยู่ในเลือด ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ การทำงานของหัวใจ ระบบฮอร์โมนต่างๆ การทำงานของระบบประสาท ร่างกายของคนเราต้องได้รับแคลเซียม วันละ800-1,500 มก. และแคลเซียมยังช่วยให้มวลกระดูกหนาแน่น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีส่วนในการควบคุมหลอดเลือด กล้ามเนื้อ และหัวใจได้อีกด้วยแคลเซียมจะทำงานร่วมกับวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินดี ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ได้ดีที่สุด คุณประโยชน์ของแคลเซียม - ช่วยควบคุมกล้ามเนื้อ - ช่วยลดความดันโลหิตสูง - ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน - ช่วยทำให้กระดูก ข้อต่อและฟันแข็งแรง - ควบคุมให้กลไกการแข็งตัวของเลือดเป็นไปตามปกติ - ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาทในร่างกาย - ช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือน ป้องกันอาการผิดปกติในวัยใกล้หมดประจำเดือน ช่วยให้ระบบของน้ำย่อยทำงานเป็นปกติ
MED4U 22/01/2024 86
แครนเบอร์รี่ดีมีประโยชน์อะไรบ้าง?
ต้านโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ จากการศึกษาพบว่าผู้หญิงสามารถเป็นโรคปัสสาวะอักเสบได้มากกว่าผู้ชายเพียงเพราะว่า ผู้หญิงมีการกลั้นฉี่และกินน้ำน้อย ซึ่งเวลาเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักจะมีอาการเจ็บ แสบขัด เวลาปัสสาวะ ยับยั้งเชื้ออีโคไล (ท้องร่วง) แครนเบอรรี่ ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E.coli) หรือเชื้อที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรง ผู้หญิงที่ได้รับสารสกัดจากแครนเบอร์รีอย่างต่อเนื่องพบว่าช่วยยับยั้งการยึดเกาะตัวของเชื้ออีโคไลได้ เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้รับสารสกัดจากแครนเบอร์รี เสริมสร้างภูมิต้านทาน แครนเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินซีสูง จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพและยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย และช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่มากับอากาศได้ดี ลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ การบริโภคแครนเบอร์รี่ว่าสามารถช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งรังไข่ มะเร็งต่อมลูกหมากและอื่น ๆ โดยสารประกอบฟลาโวนอยด์ (Proanthocyanidins) จะเป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็ง ซึ่งจากการศึกษาพบว่าสาร Proanthocyanidins สามารถยับยั้งกลไกการเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากและทำลายเซลล์มะเร็งรังไข่ได้ เมื่อร่วมกับยารักษามะเร็งรังไข่จะไปช่วยเสริมฤทธิ์ยาในการลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง การรับประทานแครนเบอร์รี่สามารถช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ Proanthocyanidins ที่พบได้มากในผลแครนเบอร์รี่สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของยีนมะเร็งและนำไปสู่การตายของเซลล์มะเร็งปอด ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส วิตามินซีที่อยู่ในแครนเบอร์รี่ช่วยให้ผิวพรรณของเราดูเรียบเนียน และกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากจะมีวิตามินซีในสารสกัดแครนเบอร์รี่ยังอุดมไปด้วยวิตามินอี ที่เป็นตัวแอนตีออกซิแดนท์ (Antioxidant) มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดความเสียหายในเซลล์ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของริ้วรอยที่ดูแก่ก่อนวัย โดยมีการศึกษาวิจัยพบว่า การได้รับวิตามินอีที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันและซ่อมแซมการสึกหรอของเส้นผม ผิว และเล็บได้ และยังช่วยยับยั้งการเสื่อมสภาพของผิวช่วยชะลอความแก่ และยังสร้างความชุ่มชื่นไม่แห้งกร้านให้ผิวอีกด้วย
MED4U 19/01/2024 104