คอลลาเจน Vs วิตามินซี ทาหรือกินดีกว่า? ใช้อะไรเห็นผลไวกว่า?

โดย Admin_B 11/08/2022

คอลลาเจน กับ วิตามินซี ทำงานให้กับผิวแตกต่างกันอย่างไร ทาหรือกินดีกว่ากัน? ทาคอลลาเจนอย่างเดียวพอไหม? วิตามินซีอย่างเดียวพอไหม?  หรือควรใช้ 2 อย่างร่วมกัน? เคยสงสัยกันไหมคะ?

คอลลาเจน กับวิตามินซี เป็นส่วนผสมสุดฮิตและเป็นนางเอกตลอดกาลที่อยู่ในวงการสกินแคร์และอาหารเสริมมาอย่างยาวนาน และมีแนวโน้มที่จะอยู่ตลอดไป ด้วยความที่ว่ามีงานวิจัยปริมาณมากและหลายๆคนก็ใช้แล้วเห็นผลจริง

 

เลือกทางลัดไปอ่านหัวข้อที่สนใจเลย

 

 

คอลลาเจนคืออะไร

คอลลาเจน คือ โปรตีนเส้นใยสายยาวที่มีปริมาณมากพันกันไปมาอยู่ในอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยซัพพอร์ตให้ผิวหนังดูยืดหยุ่น คงความอ่อนวัย แต่เมื่อไรปริมาณ ก็จะทำให้เกิดริ้วรอยทั้งร่องตื้นและร่องลึก รวมถึงผิวดูเหี่ยวแห้ง หยาบกร้าน

 

คอลลาเจนในร่างกายของเรามีหลากหลาย ชนิดแต่พบมากสุด 3 ชนิด

คอลลาเจนประเภทที่ 1 พบในผิวหนัง กระดูก เอ็น เนื้อเยื่อ 

คอลลาเจนประเภทที่ 2 พบมากที่กระดูก กระดูกอ่อน

คอลลาเจนประเภทที่ 3 พบมากที่ผิวหนัง และเส้นเลือด

 

 

แต่ความจีรังยั่งยืนไม่มีจริงบนโลกใบนี้ ปริมาณคอลลาเจนลดลงเรื่อยๆเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แต่ถ้าถูกกระตุ้นด้วยความเครียด มลภาวะ แสงแดด น้ำตาล ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งทำให้ปริมาณคอลลาเจนในผิวลดลงเร็วขึ้น

 

วิตามินซีคืออะไร?

วิตามินซี คือ วิตามินที่ร่างกายต้องการเพื่อไปสนับสนุนกระบวนการต่างๆในร่างกาย เช่นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว  การดูดซึมธาตุเหล็ก  การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน กระดูกและฟัน  วิตามินซีเป็นหนึ่งในสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพที่สุด ในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด รวมถึงปัญหาผิวต่างๆไม่ว่าจะเป็นสิว ฝ้ากระ จุดด่างดำ ริ้วรอยด้วย

 

วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ละลายออกไปพร้อมปัสสาวะ ดังนั้นร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมไว้ได้ จึงต้องได้รับจากการทานอาหารที่มีประโยชน์เข้าไป เช่น บล๊อคโคลี่ มะนาว ส้ม สตอเบอร์รี่ กะหล่ำปลี มะเขือเทศ เป็นต้น ปริมาณที่ ThaiRDI แนะนำให้รับประทานวิตามินซีคือ 60 มก./วัน

 

หลายๆคนคงสงสัย ว่าตามท้องตลาดมีแต่อาหารเสริมวิตามินซี 500 หรือ 1000 มก. ต่อเม็ด เยอะเกินไปหรือเปล่า (เกินกว่า 60 มก./วัน ตาม ThaiRDA แนะนำไว้) ไม่ต้องกังวลค่ะ ปริมาณที่ได้รับ 1000 มก. เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก็ละลายกับปัสสาวะออกมาหมด เหลือให้ร่างกายไม่ถึง 1000 มก. แต่จะเหลือมากน้อยเท่าไร ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนเลยค่ะ ตามที่แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่านแนะนำไม่ควรทานเกิน 2000 มก. ต่อวัน ไม่งั้นอาจเกิดผลตามมาเช่น ท้องเสีย หรือระคายเคืองกระเพาะอาหาร

 

 

คอลลาเจนกับวิตามินซีทำงานแตกต่างกันอย่างไรบนผิว?

วิตามินซีทำงานอย่างไรบนผิว วิตามินซีเป็น co-factor ตัวช่วยในการสร้างเอมไซม์ที่ถูกใช้เวลาสร้างคอลลาเจนใต้ผิว เอมไซม์ 2 ตัวมีชื่อว่า prolyl hydroxylase และ lysyl hydroxylase

 

คอลลาเจน คือเส้นใยโปรตีนที่อยู่ใต้ผิว คอลลาเจนที่รับเข้าจากภายนอกในรูปแบบอาหารเสริม หรือสกินแคร์ มีหลายคนเข้าใจว่าคอลลาเจนเหล่านั้นจะเข้าไปเติมคอลลาเจนที่หดหายไปใต้ผิว แต่นั่นไม่ใช่ คอลลาเจนในรูปแบบนั้นมีขนาดใหญ่ไม่สามารถดูดซึมหรือแทรกซึมเข้าร่างกาย รวมถึงบริเวณผิวก็ผ่านเข้าไปได้ยาก หลายๆแบรนด์จึงพยายามลดขนาดลง คอลลาเจนที่ลดขนาดลง เรียกว่า ไฮโดรไลท์คอลลาเจน (hydrolyzed collagen) ซึ่งสามารถเพิ่มการแทรกซึมเข้าสู่ผิว และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วย แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปเติมคอลลาเจนใต้ผิวได้อยู่ดี เพียงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว หรือซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ

 

หลายๆผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม หรือสกินแคร์ มักจะเป็นสูตรที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนกับวิตามินซีผสมเข้าไปด้วยกัน หรือไม่ก็แบรนด์เหล่านั้นก็จะแนะนำว่าต้องทานคอลลาเจนคู่กับวิตามินซี เป็นเพราะว่าสารอาหารทั้ง 2 ตัวทำงานช่วยเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ประสิทธิภาพที่คาดหวังเห็นผลได้ชัดเจนขึ้น

 

คอลลาเจนกับวิตามินซี ทาหรือกินดีกว่า

โดยธรรมชาติแล้ว ผิวของเราถูกสร้างมาเพื่อปกป้องสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้ามาสู่ในร่างกายได้ง่ายๆ ราวกับว่าเป็นเกราะหุ้มส่วนสำคัญต่างๆในร่างกาย ดังนั้นสกินแคร์ก็เป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างนึง การแทรกซึมผ่านเข้าผิวก็ค่อนข้างยาก ยิ่งถ้าสกินแคร์นั้นนั้นไม่มีส่วนผสมและนวัตกรรมที่ดีพอ ยิ่งเป็นไปได้ยาก ส่วนการกิน สารอาหารก็จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้วไปตามส่วนต่าง ส่วนที่เหลือก็ถูกขับออกทางปัสสาวะหรืออุจจาระ จะเห็นได้ว่าการกินมีโอกาสมากกว่าที่จะถูกดูดซึมสารอาหารเพื่อไปใช้ตามส่วนต่างๆมากกว่า เพราะแบบนี้การกินก็จะเห็นผลไวกว่าการทาบนผิว แต่ดีที่สุด ChoiceChecker แนะนำว่าทานจากอาหารมีประโยชน์และทาเพื่อบำรุงดูแลสภาพผิวภายนอก

 

คอลลาเจนกับวิตามินซี ใช้อะไรเห็นผลเร็วกว่า

คอลลาเจนกับวิตามินซี ใช้อะไรเห็นผลเร็วกว่าขึ้นอยู่กับว่าต้องการประสิทธิภาพด้านไหน? และที่สำคัญขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย หากต้องการเน้นประสิทธิภาพด้านความชุ่มชื้น ช่วยผิวอิ่มฟู เพิ่มความยืดหยุ่น หรือบรรเทาผิวระคายเคืองให้ผิว คอลลาเจนจะได้ผลได้ดีกว่าวิตามินซี  ส่วนถ้าต้องการประสิทธิภาพในเรื่องผิวกระจ่างใส ลดฝ้ากระ จุดด่างดำ รอยดำจากสิว หรือลดเลือนริ้วรอย วิตามินซีก็จะเห็นผลไวกว่า หลายๆสกินแคร์ และอาหารเสริม โดยพื้นฐานแล้วก็มักจะใส่สารทั้ง 2 ตัวนี้มาด้วยกันซึ่งจะช่วยเสริมฤทธิ์การทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

👩‍⚕️คอนเทนต์นี้จัดทำโดยเภสัชกรวิชาชีพประจำ ChoiceChecker👩‍⚕️


Reference


บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น


ขอบคุณข้อมูลดีๆค่ะ
05/11/2022 11:00
เข้าใจมากขึ้นเลยค่ะ
08/10/2022 09:10
ขอบคุณที่มาแบ่งปันค่า
07/10/2022 17:11
ทั้งกินทั้งทาเลยค่ะได้ทั้งภายนอกแระภายใน
30/09/2022 20:19
ทั้งกินและทา ควบคู่กันดีงาม 2 ทางเลยคะ
23/08/2022 19:22