นี่คือ Whitening ที่คุณควรรู้จัก “Tranexamic Acid”

โดย Admin 28/02/2020

 

อยากขาวทำยังไงดี? ทำยังไงก็ไม่ขาวซักที มีวิธีมั้ย? ใจเย็นก่อนจ้า ก่อนจะรู้ว่าจะขาวขึ้นได้ยังไง มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมเราถึงคล้ำขึ้นได้ล่ะ? เมื่อเราเจอกับปัจจัยที่ทำให้ผิวเปลี่ยนสี โดยเฉพาะแสงแดดที่ร้อนจนละลาย หรือต่อให้ไม่ได้โดนแดดโดยตรงเราก็ได้รับรังสี UVs, รังสีอัลฟาเรด หรือแม้แต่แสงฟ้าจากจอมือถือ ก็ไปกระตุ้นการผลิต Melanin หรือคุณเม็ดสีผิวออกมาทำให้ผิวเราคล้ำขึ้น หรือด่างดำเป็นบางจุด เกิดเป็นฝ้าติดหนึบ รักษายากมว้าก

แต่ก็หายห่วงได้ค่ะ เพราะปัจจุบันมี Whitening หลายแบบให้ลูกค้าอย่างเราๆ เลือกตามความหนักของกระเป๋าตัง และอีกหนึ่งสารไวท์เทนนิ่งที่เราจะแนะนำในวันนี้ คือ “Tranexamic Acid” ถ้าเห็นชื่อนี้ในผลิตภัณฑ์ที่เคยใช้ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเค้าถูกใช้ในผลิตภัณฑ์หลายตัวมานานเกือบ 20 ปีแล้วจ้า โดยเฉพาะใน Whitening จากญี่ปุ่น หรือในยารักษาฝ้า

แล้วคุณ Tranexamic Acid เค้าทำให้ผิวเราขาวขึ้นได้ยังไง? จะขาวจริงมั้ย? ช่วยเรื่องฝ้าได้ด้วยหรอ? ถ้าอยากรู้...ก็ตามอ่านกันต่อเลย

  


แนะนำตัวกันสักนิด Tranexamic Acid คืออะไร?

          ประเภท : กรด
          
ทำงานยังไง : ลดการก่อตัวของ Melanin (คุณเม็ดสี) ทำให้รอยแดงจางลง ส่งผลให้ผิวขาวขึ้น และถูกนำมาใช้ในการรักษาฝ้าด้วย
          
เหมาะกับผิวแบบไหน : ใช้ได้กับทุกสภาพผิว แต่ยังไงก็ตามสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย ควรทดสอบก่อนใช้นะจ๊ะ
          
ไม่ควรใช้คู่กับ : การใช้กรดหลายๆ ตัวรวมกัน ควรเลือกใช้สกินแคร์ที่มีกรดประมาณ 1-2 ชนิดเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียง (เช่น แสบ แดง ลอก)

 

ในไทย Tranexamic Acid ถูกขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาผู้ป่วยโรคเลือดไหลหยุดยาก หรือเลือดออกมากผิดปกติค่ะ มีไว้ใช้กับคนที่ต้องผ่าตัด ถอนฟัน เป็นต้น แต่ก็ถูกวิจัยเพิ่มเติมจนค้นพบว่าเค้ามีอีกความสามารถหนึ่งคือการเป็น Whitening ได้ด้วย จึงถูกเอามาใช้ในการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ เพราะหนึ่งในวิธีการรักษาฝ้าก็คือการปรับสีผิวให้ขาวขึ้น ฝ้าก็จะดูจางลงนั่นเองจ้า

 

 

แล้ว Tranexamic Acid มีกระบวนการทำให้ผิวเราขาวขึ้นได้ยังไง?

 

 

เมื่อผิวที่แสนบอบบางของเราถูกทำร้ายจากแสงแดดและรังสี UV ผิวก็จะเกิดการระคายเคืองอักเสบลึกลงไปในระดับเซลล์ผิว ไปกระตุ้นการผลิต Melanin ทำให้ผิวเราคล้ำ ด่างดำ... 

Tranexamic Acid จะเข้าไปยับยั้งพลาสมินที่อยู่ในเลือดของเรา [อย่างที่บอกไปว่า Tranexamic Acid เป็นยารักษาผู้ป่วยโรคเลือดไหลหยุดยาก] จนทำให้การอักเสบในผิวลดลง จากนั้นเซลล์ในผิวชั้นหนังกำพร้า (Keratinocyte) ก็จะลดการส่งสัญญาณที่ไปกระตุ้นการสร้าง Melanin ให้น้อยลงด้วย

งงกันมั้ยคะ? เอาเป็นว่าสรุปง่าย ๆ คือ Tranexamic Acid จะเข้าไปลดการอักเสบจากแสงแดดที่ทำร้ายผิว จนสามารถลดการสร้าง Melanin ลงได้ พอ Melanin ลดลง สีผิวก็จะขาวขึ้นนั่นเองค่ะ

 

และอย่างที่เราได้เกริ่นไว้แต่แรกว่า Tranexamic Acid ถูกใช้เป็น Whitening มานานเกือบ 20 ปีแล้ว เพราะตั้งแต่ปี 2002 บริษัท Shiseido เป็นเจ้าแรกๆ ที่จดสิทธิบัตรเอา Tranexamic Acid มาใช้เป็นสาร Whitening หลังจากนั้น 5 ปีสิทธิบัตรหมดอายุ ก็จะเห็นแบรนด์อื่นๆ ใช้ตามกัน ที่น่าจะคุ้นหูคุ้นตาก็เช่น Chanel, KOSE, Senka เป็นต้น

ในปี 2009 ทาง CHANEL ก็จดสิทธิบัตรอนุพันธ์ของสารตัวนี้ที่พัฒนาขึ้นเอง มีชื่อว่า Tranexamic Acid Cetyl Ester (หรือ TXC™) มีกลไกการออกฤทธิ์เหมือนกับ Tranexamic Acid แหละ แต่เค้าเคลมว่ามีความอ่อนโยนและมีประสิทธิภาพสูงกว่า หลังจากนั้นปี 2011 ก็เปิดตัวคอลเลคชั่น CHANEL Le Blanc ที่ใช้คุณ TXC™ เป็นตัวหลักที่ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส 

 

ส่วนในการใช้รักษาฝ้า ทาง อ.ย. เค้ายังไม่ได้ขึ้นทะเบียน Tranexamic Acid เป็นยารักษาฝ้าโดยตรงนะ แต่ก็อนุญาตให้ใช้ได้ค่ะ โดยกำหนดให้ใช้ได้ไม่เกิน 3% ตัวอย่างครีมทาฝ้าที่น่าจะคุ้นหูกันก็เช่น ครีมทาฝ้าของรพ.ยันฮี, Concept และ VITARA

แถมให้อีกนิดว่าน Tranexamic Acid ช่วยลดรอยแดงได้ด้วยล่ะ เพราะเค้าทำงานในการลดอาการอักเสบของผิว จึงสามารถลดรอยแดงที่เกิดจากการอักเสบของผิวได้ ทีนี้ก็ไม่ต้องไปเลเซอร์แพง ๆ อีกต่อไปแล้วจ้า เริ่ดมั้ยล่ะ

 

 

ประโยชน์ VS. ข้อควรระวัง

 

ถึงแม้ Tranexamic Acid จะมีข้อดีหลายด้าน แต่ตามสไตล์ ChoiceChecker เราจะไม่อวยไส้แตก บอกแต่ประโยชน์แล้วไม่บอกข้อเสียได้ยังไง มีอะไรที่ข้อควรระวังยังไงบ้าง? มาดูกัน

 

ประโยชน์

-ลดการสร้างเม็ดสีผิว (Melanin)

-ช่วยให้ผิวขาวขึ้น (Whitening) สีผิวสม่ำเสมอ

-ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยแดง

-ใช้ได้กับทุกสภาพผิว (แต่ยังไงก็ตามสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย ควรทดสอบก่อนใช้นะจ๊ะ)

 

ข้อควรระวัง (เน้นว่าโดยเฉพาะในยารูปแบบกินนะจ๊ะ)

- Tranexamic Acid ที่อยู่ในยารูปแบบกินถือเป็นยาอันตราย ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้นนะคะ

แต่ในรูปแบบทา เนื่องจาก อ.ย. และ FDA Asean ควบคุมให้ใช้ Tranexamic Acid ในปริมาณต่ำ จึงสามารถซื้อมาใช้เองได้ค่ะ

- ห้ามใช้ยารูปแบบกินกับคนที่เป็นโรคเลือดออกในสมอง ผู้สูงอายุ คนตั้งครรภ์และอยู่ในช่วงให้นมลูก เพราะมีผลวิจัยว่าอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน เนื่องจากเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการห้ามเลือด จึงอาจเกิดลิ่มเลือดลอยไปอุดตันในอวัยวะต่าง ๆ เช่น หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ ส่งผลให้อัมพาตหรือเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

- ยังไม่มีรายงานความปลอดภัยของยาเมื่อใช้เป็นระยะเวลานาน

 

 

ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ

 

IPSA White Process Essence OP

50 ml / 4,500 Baht

รายละเอียด : ปกติแล้วผลิตภัณฑ์ Whitening ทั่วไปจะเน้นจัดการกับ Melanin ที่ทำให้ผิวเราหมองคล้ำอย่างเดียว แต่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้นอกจากจะจัดการกับเม็ดสีผิวแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงการปรับโทนสีผิวและลดความขุ่นมัวของผิวชั้นนอกด้วย เหมาะกับสาวที่มีผิวโทนเหลืองแบบบ้านเรามาก เพราะยิ่งผิวเหลืองมากเท่าไหร่ยิ่งดูหมอง

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มี Tranexamic Acid และ Potassium Menthoxysalicylate หรือ 4MSK (เป็นสาร Whitening สิทธิบัตรเฉพาะ) ทางแบรนด์เคลมว่าเมื่อผสมร่วมกันจะช่วยให้การแทรกซึมเข้าสู่ผิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น  และมี 2-O-Ethyl Ascorbic Acid เป็นวิตามินซีเสถียรที่ Shiseido พัฒนาขึ้น (นางเป็นแบรนด์แม่ของ IPSA นะจ๊ะ) ใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการผลิต Melanin ด้วย

นอกจากนั้นยังเสริมด้วยสารสกัดต่างๆ เช่น ใบมะกอก, พืชตระกูลขิง, ขมิ้น, ใบชา และอื่นๆ อีกมากมาย ที่แบรนด์เขาเคลมว่าช่วยในการลดโทนผิวเหลืองหมองคล้ำ, ลดโทนแดงที่ทำให้ผิวดูหมองลง, ช่วยเรื่องจุดด่างดำฝังลึก รวมถึงมีสารต้านอนุมูลอิสระด้วย

ข้อควรระวัง : มีแอลกอฮอล์นิดหน่อย (ใช้เป็นตัวทำละลายสารสกัดในสูตรของเค้าค่ะ) เพราะฉะนั้นผิวแพ้ง่ายน่าจะใช้ได้นะ ลองเทสดูก่อนจ้า

 

Facebook : @IPSAThailand

Instagram : @Ipsathailand

 

 

 

ANESSA Whitening UV Sunscreen Gel SPF50+ PA++++

90 ml / 950 Baht

รายละเอียด : ครีมกันแดดที่ปกป้องผิวคุณจากแสงแดดตัวร้าย และช่วยให้ผิวขาวขึ้นด้วยในตัว เพราะมี Tranexamic Acid (ใช้ตัวเดียวกับ Shiseido แบรนด์แม่ของนาง) ที่เรารู้สรรพคุณกันไปแล้ว เสริมด้วยสารบำรุงผิวอื่นๆ เช่น สารสกัด Rose Fruit, Hyaluronic Acid และกลีเซอรีน เข้ามาเติมความชุ่มชื้นและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นค่ะ

มาพูดถึงสารกันแดดบ้างดีกว่า ในหลอดนี้มี Ethylhexyl Methoxycinnamate, Zinc Oxide, Tinosorb S, Uvinul A Plus และ UvinulT 150 ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถกันได้ทั้ง UVA และ UVB ได้ดีเลยล่ะ แต่ยังไม่สามารถกันอินฟาเรด และ HVB Light หรือแสงฟ้าจากหน้าจอต่างๆ ได้นะ

ข้อควรระวัง : ตัวนี้มีแอลกอฮอล์ สารกันบูด และน้ำหอมด้วยค่ะ ไม่เหมาะกับผิวแพ้ง่ายอย่างแรง

 

Facebook : @AnessaThailand

Instagram : @ @anessa_thailand_official

 

Chanel Le Blanc Crème fine Healthy Light Creator

50 g / 4,500 Baht

รายละเอียด : มาถึงสกินแคร์ฝั่งอังกฤษกันบ้าง กับ Chanel ในคอลเลคชั่น Le Blanc (ในภาษาฝรั่งเศสหมายถึง สีขาว ก็ตรงตัวว่าเป็น Whitening เลยล่ะ) 

จุดเด่นของครีมตัวนี้ คือ TXC™ เป็นสารที่พัฒนาต่อยอดจาก Tranexamic Acid ให้แทรกซึมสู่ชั้นผิวได้ลึกขึ้น+ควบคุมการปล่อยสารเข้าผิวอย่างต่อเนื่อง (เขาเคลมว่า 12 ชั่วโมง) เสริมด้วยสารสกัดจากดอกบ๊วยและน้ำมันดอกบ๊วย แบรนด์เขาเคลมว่าทำให้ผิวขาวกระจ่างขึ้น 20%, จุดด่างดำลดลง 18% และคงความชุ่มชื้นให้ผิว 55% 

ข้อควรระวัง : ครีมตัวนี้มาในรูปแบบกระปุก ข้อเสียของบรรจุภัณฑ์แบบนี้คือต้องใส่สารกันบูด เพราะเนื้อครีมมีโอกาสสัมผัสกับแสงและอากาศบ่อย ทำให้เสียง่ายค่ะ และใส่น้ำหอมมาด้วยจ้า

 

Facebook : @chanel

Instagram : @chanelthailandofficial

 

 

 

 

 

0 Likes

ความคิดเห็น