Checklist สิวที่เป็น+อัพเดทยาทารักษาสิวหน้าใสรับปีใหม่ 2021!

โดย Admin 02/07/2021

 

หลากหลายคำถามเรื่องสิวในปีนี้ วันนี้ ChoiceChecker จะพาไปหาคำตอบกันค่ะ พร้อมอัพเดตทุกเรื่องเกี่ยวกับสิว #ยาสิวใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน #ยาสิวใช้ไม่ดีไม่หน้าพังก็ดื้อยา

  • update อยาก ‘หน้าใส’ รับปีใหม่ มีอะไรต้องรู้บ้าง?
  • แนวทางการใช้ยาทารักษาสิวฉบับอัพเดท สำหรับสิวทุกชนิดตั้งแต่ระดับรุนแรงน้อย-ปานกลาง 
  • วิธีจัดการ #สิวหน้ากาก (Maskne) #สิวฝุ่นpm2.5 ปัญหาสิวที่มาแรงที่สุดในยุคนี้!
  • ใช้ยาตัวไหนแทนRetin-A ได้บ้าง? เลิกขายไปแล้ว แต่มี dupe เพียบไม่ต้องกังวล
  • ยา Clindamycin ทาเดี่ยวๆ ทำให้ #เชื้อสิวดื้อยา ได้นะ อย่าหาทำ!
  • ยาทานวัตกรรมใหม่เพื่อ #สิวฮอร์โมน โดยเฉพาะกำลังมา เตรียมตัวบอกลายาคุมได้เลย~

 

บทความต่อไปนี้ จัดทำและควบคุมการผลิตโดยเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญเรื่องยาและเครื่องสำอาง

 

 แนวทางหรือไกด์ไลน์การเลือกยาทารักษาสิวตามอาการ 

เราต้องเช็คดตัวเองตาม step ต่อไปนี้ ก็จำทำให้ทราบแนวทางการใช้ยาทารักษาสิวที่ถูกต้อง

1. ชนิดสิวที่เป็นอยู่ 

2. ระดับความรุนแรง 

3. รู้จักชนิดของยาทารักษาสิว 

 

Step 1 เช็คชนิดสิวของคุณก่อน

#สิวอุดตัน สิวที่ยังไม่ติดเชื้อ

- สิวอุดตันหัวปิด/สิวหัวขาว (Closed/White Comedone): เป็นจุดเล็กๆสีขาว เล็กมากจนสังเกตยากก็มี 

- สิวอุดตันหัวเปิด/สิวหัวดำ (Opened/Black Comedone): คล้ายกับสิวหัวขาว ต่างกันตรงที่มีสีน้ำตาลเข้ม-สีดำ มองเห็นชัดกว่า

#สิวอักเสบ = สิวอุดตันที่มีการติดเชื้อ 

- สิวอักเสบติดเชื้อปกติ (Papulopustular Acne): คือสิวอุดตันที่อักเสบ เป็นตุ่มแดง มีหนองอยู่ข้างใน

- สิวหัวช้าง หรือสิวซีสต์ (Cystic Acne): เหมือนสิวอักเสบติดเชื้อปกติแต่อัพเลเวลให้ใหญ่ขึ้นอีก จับโดนจะรู้สึกเจ็บ ชอบเกิดที่เดิมซ้ำๆบ่อยๆ สิวแบบนี้ใช้ยาทาไม่ค่อยได้ผล ยิ่งอักเสบมานานยิ่งมีโอกาสเป็นหลุมสิวใหญ่และลึกขึ้น ต้องรักษาด้วยการลดการอักเสบและควบคุมฮอร์โมน 

- สิวไม่มีหัวปกติ: เป็นตุ่มนูนขึ้นมา ไม่มีสี ไม่มีจุดดำตรงกลาง ขนาดคงที่ไม่ขยายใหญ่ขึ้น แต่ผ่านไป 2-3 วันจะเริ่มมีหัวสิวโผล่ขึ้นมา สิวแบบนี้สามารถกลายร่างไปเป็นสิวอักเสบติดเชื้อ-สิวหัวช้างได้

 

 

- สิวเสี้ยน: เส้นขนเล็กๆหลายเส้นผสมกับเซลล์ผิวเก่าอุดตันรวมกัน เจอได้บ่อยตรงจมูกและคาง (ถึงหน้าตาจะคล้ายๆแต่มันต่างจากสิวหัวดำที่เป็นการอุดตันจากไขมัน)

- สิวผด: เม็ดเล็กเป็นจุดแดงๆ คล้ายผื่นแพ้ทั่วไป อาจจะมีตุ่มน้ำใสๆ ชอบขึ้นตรงส่วนที่โดนแดดบ่อยและมีเหงื่อออกเยอะๆ เช่น หน้าผาก ข้างแก้ม ถ้ารู้สึกคันด้วยอาจจะเกิดจากเชื้อรา/ยีสต์ต้องหาหมอนะคะ

- สิวฮอร์โมน: เหมือนสิวอักเสบติดเชื้อทั่วไป อยู่ตามจุดที่มีต่อมไขมันเยอะๆ เช่น จมูก รอบปาก คาง สิวแบบนี้สำหรับผู้หญิงจะเจอกันทุกเดือนก่อนเมนส์มา 7 วัน กับผู้ชาย/ผู้หญิงที่ฮอร์โมนเพศเยอะก็เป็นได้เหมือนกัน มีฮอร์โมนเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันออกมาเยอะเกินไป ถึงได้เรียกว่าสิวฮอร์โมน

- สิวฝุ่น PM2.5: อัพเดทอาการสิวที่มาพร้อมสภาพอากาศแย่ๆ ฝุ่นเล็กจิ๋วขนาด 2.5 ไมครอนอุดรูขุมขนจนกลายเป็นสิวอักเสบ

- สิวหน้ากาก: สิวแบบนี้ระบาดไม่แพ้ไวรัสจนศัพท์ใหม่ว่า Maskne (Mask+Acne) เป็นได้ตั้งแต่สิวผด-สิวอักเสบเลยค่ะ เกิดจากเกราะป้องกันผิวทำงานผิดปกติจนอักเสบ จากความอับชื้น&การเสียดสีบ่อยๆ

- สิวหน้าแดง (Acne Rosacea) เป็นสิวอักเสบเรื้อรัง หน้าแดงตลอด เป็นแล้วไม่หาย นี่คืออาการของโรคผิวหนังชนิดนึงค่ะ ควรได้รับการปรึกษาจากคุณหมอนะ

 

 

Step 2 ระดับความรุนแรงของสิว  

แบ่งเป็น 3 เลเวล ตามเกณฑ์ของสมาคมแพทย์ผิวหนังไทย

ระดับเล็กน้อย สิวที่ขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นสิวอุดตันทั่วไป / ถ้ามีสิวอักเสบจะนับที่ไม่เกิน 5 จุด

ระดับปานกลาง มีสิวอักเสบ ตุ่มหนอง เม็ดเล็ก 5-10 จุด ถ้าเม็ดใหญ่ก็นับที่ไม่เกิน 5 จุด

ระดับรุนแรง มีสิวอักเสบเม็ดเล็กเยอะเกิน 10+ จุด / มีสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือสิวซีสต์เกิน 5+ จุด เป็นสิวที่อักเสบมานาน กลับมาเป็นซ้ำๆ หรือมีหนองไหล

*** ถ้าอาการสิวของคุณเกินกว่าระดับปานกลาง (มีสิวอักเสบเกิน 15 เม็ดขึ้นไป) เราแนะนำให้ไปปรึกษาคุณหมอผิวหนังหรือเภสัชกรเท่านั้นค่ะ!

 

 

Step 3 ทำความรู้จักชนิดของยาทารักษาสิว 

กลุ่มเรตินอยด์ (วิตามินเอ) รูปฟอร์มที่นิยมใช้: Tretinoin / Adapalene

ออกฤทธิ์: ละลายสิวอุดตัน ลดการอักเสบ ปรับการแบ่งเซลล์ผิวให้ระเบียบ ผลัดเซลล์ผิว ทำให้สิวอุดตันหลุดออกมาง่ายขึ้น แบบไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว

Tretinoin รู้จักกันดีในชื่อ Retin-A แต่เค้าเลิกผลิตไปแล้ว ยี่ห้ออื่นที่เหมือนกันมีอีกเพียบตามนี้เลย 

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Retacnyl® Cream, Vitara® Acnetin-A Cream, Tintin Cream, DermaKlares Tretinoin-A Soft Gel, Stieva-A™ Cream

- Adapalene เป็นรูปแบบที่พัฒนามาให้ลดความรุนแรงลงมาค่ะ ผิวบอบบางใช้ได้

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Differin® Gel

**สำหรับยาทารักษาสิวกลุ่มนี้ ไม่แนะนำให้ใช้เด็ดขาดกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร

กลุ่ม Benzoyl Peroxide

ออกฤทธิ์: ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อสิวที่ชื่อ P.Acne ลดการอักเสบ ผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตันได้นิดๆ แต่ก็ทำลายเกราะป้องกันผิว

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Benzac AC® Gel, Aczee Gel Cream, Enzoxid® Anti Acne Gel, Brevoxyl® Cream, PanOxyl Acnegel, Vitara® AkneDerm-BP

 

กลุ่ม Azelaic Acid 

ออกฤทธิ์: ยับยั้งเชื้อ P.Acne ลดการอุดตัน ลดการผลิตเคราติน(Keratin)ตัวช่วยทำให้เชื้อ P.Acne เจริญเติบโตได้ดี ลดการอักเสบ ผลัดเซลล์ผิว และลดเม็ดสีบนสิวทำให้รอยสิวดูจางลง

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Skinoren® Cream (มี Azelaic Acid 20%)

กลุ่มยาปฏิชีวนะ รูปฟอร์มที่นิยมใช้: Erythromycin / Clindamycin / Metronidazole

ออกฤทธิ์: ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ ทำงานยับยั้งเชื้อ P.Acne ตัวก่อสิว และช่วยลดการอักเสบ

- Erythromycin

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Eryacne® Gel บริษัท Galderma (ฝรั่งเศส)

- Clindamycin

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Clinda M Lotion, Clindalin*Gel, Vitara® Clinda Gel

- Metronidazole

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Metronidazole Robaz® Gel

 

กลุ่ม Sulfur (กำมะถัน)

ออกฤทธิ์: ยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรีย ลดการผลิตเคราติน(Keratin) และช่วยผลัดเซลล์ผิว

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Der La Cruz Sulfur Ointment ขี้ผึ้งแต้มสิว (มี Sulfur 10%)

 

กลุ่ม Clascoterone

ออกฤทธิ์: ลดการผลิตความมันส่วนเกินจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศชาย DHT กลไกนี้มีอยู่ในยา Isotretinoin และ Spironolactone(ยาคุมกำเนิด) ที่เป็นยากินรักษาสิวอยู่แล้ว แต่ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ในวงการยารูปแบบทาเลยค่ะ เป็นทางเลือกในการรักษาสิวฮอร์โมนแบบไม่ต้องทานยา

ผลิตภัณฑ์: Winlevi® Clascoterone Cream 1% คาดว่าจะเริ่มวางขายต้นปี 2021 ในสหรัฐอเมริกา

 

กลุ่มยาลูกครึ่ง 

- Epiduo® Gel บริษัท Galderma (ฝรั่งเศส) ผสมระหว่าง Benzoyl Peroxide 2.5% + Adapalene 0.1% (เหมือนทา Benzac+Differin ในครั้งเดียว) 

- Duac® Gel บริษัท Stiefel (อังกฤษ) ผสมระหว่าง Benzoyl Peroxide 5% + Clindamycin 1%

 

สิวแบบนี้...ใช้ยาอะไรจัดการ?

- สิวอุดตันหัวปิด/สิวหัวขาว: ใช้ Retinoids ช่วยลดการอุดตัน +เพิ่ม Benzyl Peroxide ในระดับปานกลาง

- สิวอุดตันหัวเปิด/สิวหัวดำ: รักษาวิธีเดียวกันกับสิวหัวขาว +เสริมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มี Salicylic Acid ด้วยได้

- สิวอักเสบติดเชื้อปกติ: ใช้ยา Benzoyl Peroxide หรือใช้ยา Azelaic Acid เหมาะกับอาการผิดปกติหลังการอักเสบของสิวที่รุนแรงน้อย (ระคายเคืองผิวต่ำ แต่จะเห็นผลค่อนข้างช้า) แต่ถ้ารุนแรงปานกลางแนะนำว่าบวกยาทาปฏิชีวนะ เพิ่มไปด้วย

- สิวหัวช้าง/สิวซีสต์: สิวแบบนี้ใช้ยาทาไม่ค่อยได้ผลค่ะ ยิ่งอักเสบมานานยิ่งมีโอกาสทิ้งหลุมสิวลึกๆไว้ ต้องรักษาด้วยการควบคุมฮอร์โมนและลดการอักเสบ แนะนำวิธีฉีดสเตียรอยด์ หรือทานยารักษาสิวได้ผลดีกว่า

- สิวไม่มีหัว: ใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับ Benzoyl Peroxide

- สิวเสี้ยน: ใช้ Retinoids หรือ Azelaic Acid +เสริมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มี Salicylic Acid จะได้ผลดี

- สิวผด: ที่จริงหายได้เองใน 2-3 วันถ้าทำความสะอาดและให้ความชุ่มชื้นดีพอ สามารถใช้ Retinoids เพื่อช่วยให้สิวแห้งและผลัดตัวออกไปเร็วขึ้น

- สิวฮอร์โมน: ใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับ Benzoyl Peroxide และถ้ายา Winlevi® หาซื้อได้แล้วก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการรักษาสิวฮอร์โมนโดยตรงเลยค่ะ

- สิวฝุ่น PM2.5: ใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับ Benzoyl Peroxide +เพิ่ม Retinoids ในระดับปานกลาง

- สิวหน้ากาก (Maskne): ใช้ Benzoyl Peroxide+Adapalene และ/หรือยาปฏิชีวนะร่วมด้วย แต่ควรลดระยะเวลาในการทาลง สำหรับผิวใต้หน้ากากที่ค่อนข้างอ่อนแอมาก 

- สิวหน้าแดง (Acne Rosacea): เบื้องต้นใช้ Skinoren หรือ Metronidazole Robaz แต่นี่เป็นโรคผิวหนังแบบนึงยังไงก็แนะนำให้ไปพบคุณหมอผิวหนังนะคะ

*ไกด์ไลน์หรือแนวทางการรักษานี้สำหรับสิวรุนแรงระดับเล็กน้อย-ปานกลางช่วงต้นๆ เท่านั้น

 

 

สิวประเภทอื่นๆเพิ่มเติมอีก

 

 

สิวประเภทอื่นๆเพิ่มเติมอีก

 

 

หมายเหตุ สิวฝุ่นกับสิวหน้ากากมีลักษณะคล้ายๆ กัน ต่างกันแค่บริเวณที่ขึ้น สิวฝุ่นมักขึ้นทั่วหน้าแต่สิวหน้ากากขึ้นบริเวณคางกับแก้ม แนวทางการรักษาเหมือนกัน สิวฝุ่นก็สามารถใช้เบนแซคคู่กับดิฟฟารีนได้เช่นกัน 

สิวประเภทอื่นๆเพิ่มเติมอีก

 

 

หมายเหตุ สิวฝุ่นกับสิวหน้ากากมีลักษณะคล้ายๆ กัน ต่างกันแค่บริเวณที่ขึ้น สิวฝุ่นมักขึ้นทั่วหน้าแต่สิวหน้ากากขึ้นบริเวณคางกับแก้ม แนวทางการรักษาเหมือนกัน สิวฝุ่นก็สามารถใช้เบนแซคคู่กับดิฟฟารีนได้เช่นกัน 

วิธีการใช้ที่ถูกต้อง ใช้ผิดวิธีสิวไม่หาย+แถมหน้าพังได้นะ สำคัญมากต้องอ่านค่ะ!

 

- สำหรับยากลุ่ม Retinoids (วิตามิน)หรือ Benzoyl Peroxide ควรเลือกใช้จากความเข้มข้นต่ำที่สุดก่อน

- การใช้ Retinoids และ Benzoyl Peroxide ร่วมกัน ต้องทาห่างกันอย่างน้อย 10 นาทีขึ้นไป เริ่มจากทา Benzoyl Peroxide ก่อน หลังจากนั้น 10+ นาที ค่อยทา Retinoids แต่ถ้ารีบหรือกลัวลืมก็ใช้ Epiduo® Gel แทนค่ะ ได้ทั้ง 2 ตัวยาในครั้งเดียว แต่ก็จะแพงกว่ากันนะ

- ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น Clidamycin เดี่ยวๆเด็ดขาด เพราะเชื้อสิวมันจะพัฒนาตัวเองจนดื้อยาได้

- ต้องใช้มอยเจอร์ไรเซอร์และครีมกันแดดควบคู่ไปกับการทายารักษาสิวอย่างสม่ำเสมอ

นี่เป็นคำแนะนำเบื้องต้น เพื่อนๆควรปรึกษาคุณหมอผิวหนังหรือคุณเภสัชกรทุกครั้งที่จะใช้ยาทารักษาสิวนะคะ ขึ้นชื่อว่า ‘ยา’ ยังไงก็มีผลข้างเคียงทำให้ผิวระคายเคือง ไวต่อแสงมากขึ้นได้ เชื่อคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญดีที่สุดน้า ด้วยรักและขอให้ทุกคนหน้าใสรับปีใหม่ 2021 ค่ะ #choicechecker

หมายเหตุ คำว่า ดื้อยา หมายความว่า ครั้งหน้าถ้าเป็นอีก ยาตัวเดิมก็ไม่สามารถรักษาหายได้แล้ว
 

Reference

Cassiopea Scores FDA Approval for Winlevi (clascoterone cream 1%), First-in-Class Topical Acne Treatment Targeting the Androgen Receptor, 2020 อ่านเพิ่มเติม

Recent advances in understanding and managing acne, 2020  อ่านเพิ่มเติม

Acne, the Skin Microbiome, and Antibiotic Treatment, 2020   อ่านเพิ่มเติม

Acne Management Guidelines by the Dermatological Society of Singapore, 2019  อ่านเพิ่มเติม

Update in Acne Management, 2018 อ่านเพิ่มเติม

แนวปฏิบัติการใช้ยารักษาสิวในร้านยา, 2018 อ่านเพิ่มเติม

วารสารเพื่อการวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม ปีที่ 23 ฉบับที่ 3 ประจำเดือนกรกฎาคม-กันยายน, 2016 อ่านเพิ่มเติม

Guidelines of care for the management of acne vulgaris, 2016 อ่านเพิ่มเติม

0 Likes

ความคิดเห็น