Skin Barrier คือคำตอบของการมีผิวที่ดี

โดย เภสัชกรประจำ choicechecker 19/06/2020

 

ฝืนอะไรก็ฝืนได้ แต่ฝืนอายุไม่ได้เนี่ยสิ ถึงจะหยุดริ้วรอยไม่ได้ แต่เราชะลอความแก่ได้ค่ะ! งานนี้ต้องจัดเต็มทั้งภายในและภายนอก เติมความชุ่มชื่นให้เพียงพออย่างที่ผิวเราต้องการ ก็จะสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เกราะป้องกันผิวได้แล้ว ‘เกราะป้องกันผิว’ หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษให้เก๋ว่า ‘Skin Barrier’ นางคือบอดี้การ์ดประจำผิว ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเสื้อเกราะคลุมปกป้องผิวสวยๆ ของเรา

 

แล้วคุณเกราะป้องกันผิว  (Skin Barrier) เค้าสำคัญยังไง?

สกินแคร์ เกราะป้องกันผิว

 

เป็นด่านตรวจคัดกรองสารอะไรก็ตามที่พยายามซึมผ่านเข้าผิว เช่น แบคทีเรีย ฝุ่น หรือสกินแคร์ที่เราทา

ตรวจเช็คยีนของจุลินทรีย์หรือเชื้อโรคที่ไม่รู้จักแล้วกำจัดทิ้งไป และด้วยความที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ทำให้แบคทีเรียและยีสต์ตัวร้ายมีชีวิตอยู่บนผิวเราไม่ได้ ตายไปก่อนจะสร้างปัญหา

มีความสามารถคล้ายๆแอนตี้ออกซิแดนซ์ ลดความเครียดของผิวจากสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพไวขึ้นจนผิวเหี่ยวแก่ ป้องกันไม่ให้ริ้วรอยมาหาก่อนวัยอันควร

มีระบบภูมิคุ้มกันคอยตรวจจับสารก่อภูมิแพ้ที่ตั้งใจจะเข้ามากระตุ้นให้ผิวระคายเคือง

ปกป้องผิวจากแสงแดด เหมือนทาครีมกันแดดให้ผิวไว้ชั้นนึงแล้ว ลดเมลานินที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ หรือความหมองคล้ำ ป้องกันไม่ให้ผิวแก่เหี่ยวจากแสงแดด และสะท้อนแสงให้ออกไปจากผิว

 

ถ้าเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) อ่อนแอ = ผิวก็ไม่แข็งแรง : แพ้ง่ายระคายเคืองเก่ง เป็นสิว ผดผื่น โรคผิวหนัง ริ้วรอยถามหา ผิวหมองคล้ำไม่สดใส ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ สารหรือเชื้อโรคก็จะซึมเข้าผิวง่ายๆโดยไม่มีอะไรกั้น

สรุปคือเกราะป้องกันผิว (skin barrier) เป็นทุกอย่างให้คุณแล้ว เก็ทรึยังคะว่าทำไมต้องดูแลเอาใจใส่คุณเค้า

 

เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) นี่อยู่ตรงไหนนะ?

ผิวมีลักษณะเป็นชั้นๆ เกราะป้องกันผิวอยู่ชั้นบนสุดที่เรามองเห็นด้วยตานี่ล่ะ เป็นผิวบางๆ ชั้นนึงที่มีหน้าตาเหมือนผนังอิฐก่อด้วยปูน ก้อนอิฐบล็อกคือเซลล์ผิวที่เรียงสลับกัน ฉาบด้วยปูนที่เป็นไขมันยึดเกาะอิฐแต่ละก้อนไว้ ผิวชั้นนี้เรียกว่าชั้นหนังกำพร้าหรือชั้นขี้ไคล เมื่อเวลาผ่านไปเซลล์อิฐแต่ละก้อนที่หมดอายุแล้วจะหลุดออกเป็นขี้ไคลยังไงล่ะคะ

 

เกราะป้องกันผิว

 

การให้ความชุ่มชื่นเกี่ยวข้องยังไง กับการทำให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงละ?

พราะความชุ่มชื่นที่ไม่ว่าจะเป็นน้ำ หรือน้ำมัน/ไขมัน เป็นส่วนประกอบสำคัญของเกราะป้องกันผิวไงล่ะ แต่สิ่งเหล่านี้ลดลงอัตโนมัติตามวัย

 

ภายในเซลล์ผิวที่เป็นอิฐแต่ละก้อนมีส่วนประกอบสำคัญคือมอยเจอร์ไรเซอร์ตามธรรมชาติผิวเรียกว่า Natural Moisturizing Factor (NMF) และเมื่อไหร่ที่เติมความชุ่มชื่นเข้าไปให้กับผิวโดยการเติมน้ำ พวกนางจะอุ้มน้ำไว้จนเซลล์อิฐแต่ละก้อนบวมเป่ง ผิวก็จะดูอิ่มฟูเต่งตึง ริ้วรอยตื้นๆ เล็กๆ จะถูกดันให้ดูจางลงได้ค่ะ

 

ส่วนปูนที่เป็นน้ำมัน/ไขมันเชื่อมอิฐแต่ละก้อนไว้ ประกอบด้วย เซราไมด์ (Ceramides 40-50%), คอลเลสเตอรอล (Cholesterol 25%), และกรดไขมัน (Fatty Acids 10-15%) อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเจ้าไขมันนี้เป็นตัวการที่ทำให้หน้ามันนะคะ ความจริงแล้วไขมันที่เป็นเกราะป้องกันผิวถูกผลิตที่ผิวชั้นหนังกำพร้าด้านใน ส่วนไขมันที่ทำให้หน้ามันเยิ้มชื่อ Sebum สร้างมาจากต่อมไขมัน คนผิวมันคือคนที่มี Sebum เยอะ แต่อาจจะมีไขมันที่ skin barrier น้อยก็ได้ สองอย่างนี้ไม่เกี่ยวกันนะ

 

สรุปแล้ว ความชุ่มชื่นคือส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงเมื่อนางแข็งแรง นางก็จะป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื่น รักษาระดับน้ำ และอื่นๆ จริงๆแล้วบนเกราะป้องกันผิวก็มีจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ไว้ปกป้องผิวอีกทีด้วย คำว่าจุลินทรีย์ฟังดูน่ากลัวใช่มั้ย? แต่จริงๆ แล้วน่าสนใจมาก อ่านเพิ่มที่นี่

ดังนั้น Skin Barrier ที่แข็งแรงคือ Keyword สำคัญของการมีผิวที่ดีจริงๆ นะ

การดูแล skin barrier ก็ไม่ยาก แค่เติมความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยน้ำและน้ำมัน/ไขมันอย่างสม่ำเสมอ วิธีเติมความชุ่มชื่นจากภายในมีหลายแบบไว้มาพูดให้ฟังตอนหน้านะคะ ไม่งั้นจะยาวเกิ๊นนน

ส่วนการบำรุงจากภายนอกงานนี้สกินแคร์ช่วยได้ค่ะ เคล็ดลับคือเน้นเติมไขมันอย่าง เซราไมด์, คอลเลสเตอรอล (ใช้ Phytosterol แทนได้สำหรับสาย Vegan) หรือ Fatty Acids ก็ได้ โดยเฉพาะ Ceramide เป็นอะไรที่เวิร์คมาก เพราะอย่าลืมว่าเซราไมด์คือไขมันตัวสำคัญที่มีอยู่ถึง 40-50%

 

ChoiceChecker ขอแนะนำสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ไว้สักหน่อยนะคะ

สกินแคร์เสริมชั้นผิว

 

  • CeraVe Moisturising Cream (50 ml / 250 บาท)

 

ตอบโจทย์สำหรับคนผิวแห้ง ความน่าสนใจอยู่ที่การใส่เซราไมด์มาถึง 3 ชนิดที่คัดมาแล้วว่าเวิร์คทุกตัว รวมทั้ง MVE เทคโนโลยีเฉพาะที่กักเก็บเซราไมด์ ไฮยาลูรอน และสารสำคัญอื่นๆวางสลับกันเป็นชั้นๆ ตอนทำงานจะค่อยๆ ปล่อยสารออกมาทีละชั้นเหมือนปอกหัวหอม ทำให้ผิวมีเวลาดูดซึมไปใช้งานนานขึ้น เห็นเนื้อครีมข้นๆตอนแรกคิดว่าจะเหนียวเหนอะแต่ไม่เลยค่ะ ไม่มีน้ำหอมแต่กลิ่นก็ไม่แย่นะ โดยรวมอ่อนโยนดี ไม่มีแอลกอฮอล์และส่วนผสมแพ้ง่ายอื่นๆ ที่สำคัญราคาน่ารักกก

 

  • Curel Intensive Moisture Cream (40 g / 1,000 บาท)

 

ถึงคิวเรลของคนผิวมันและสภาพผิวอื่นๆ ด้วยความที่เซราไมด์บางชนิดสลายตัวง่ายอยู่ได้ไม่นาน ทางแบรนด์ก็เลยใช้สารสังเคราะห์ที่ทำงานได้เหมือนเซราไมด์แทน และสารที่เคลมว่าช่วยกระตุ้นการสร้างเซราไมด์ได้อย่างสารสกัดจากใบยูคาลิปตัส นอกจากนั้นก็มีส่วนผสมรักษาความชุ่มชื้นหลายตัว เช่น Glycerin, Squalane, Allantoin แอบเห็นพาราเบนเป็นสารกันบูด (สกินแคร์ฝั่งญี่ปุ่นเค้าไม่แบนด์พาราเบน) เนื้อครีมเข้มข้นฟูๆ เกลี่ยง่ายซึมไวสบายผิวอยู่นะ ไม่มีกลิ่นอะไร โดยรวมถือว่าอ่อนโยนดีงามไม่ไก่กา


 

Reference

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5608132/

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5608132/


บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น


อายุเข้าเลข3แล่ว ต้องบำรุงเยอะๆละค่ะ กลัวแก่
03/02/2022 08:06
น่าสนใจมากๆค่ะ ต้องรีบรักษาผิวให้แข็งแรงไว้ก่อนจะสายเกินไป เคยใช้ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำทั้งสองตัวเลยค่ะ ทาแล้วสบายหน้ามากจริงๆ เสริมความชุ่มชื้นแบบไม่ต้องกลัวแพ้ อ่อนโยนมากๆเลย
02/02/2022 03:21
ผิวหน้ากับความชุ่มชื่นนี่สำคัญมากจริงๆ อายุยิ่งเยอะยิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดี ขอบคุณชุดความรู้การดูแลผิวดีๆเเบบนี้นะคะ
01/02/2022 04:30
ที่บ้านตวงมี CeraVe Lotion แบบขวดหัวปั๊ม ไม่แน่ใจจะใช้แทนเจ้าตัวครีมนี้ได้รึเปล่านะ? / ตอนแรกตวงซื้อมาไว้ทาบริเวณต้นแขน หัวไหล่ เพราะช่วงนั้นผิวแพ้ง่าย มักจะเกิดอาการคันยุบยิบหลังอาบน้ำ ใช้ไปได้พักนึง พออาการดีขึ้น ผิวแข็งแรงขึ้นแล้วก็แอบนอกใจไปทาโลชั่นตัวอื่นที่มีน้ำหอม อิอิ
31/01/2022 11:22