คัมภีร์วิตามิน A (Retinol) มีกี่รูปแบบ? แล้วผิวเราๆ ควรใช้แบบไหน??

โดย Admin_B 07/04/2022

วิตามินเอ (Vitamin A) ในสกินแคร์ หรือเรตินอล เรตินอยด์ หรืออีกหลายๆ ชื่อที่ทุกคนคงคุ้นเคย ซึ่งรู้รึเปล่าว่า เรตินอยด์เป็นส่วนผสมที่ถ้าได้ใช้จะจึ้งมาก งานวิจัยใดๆ ก็ยกให้นางเป็นที่สุดแห่งการลดริ้วรอย  (รวมทั้งคุณสมบัติดีๆอีกมากมาย) แต่จะเอามาใส่ในรูทีนก็มีข้อควรระวังเยอะอยู่เหมือนกัน แล้วใครบ้างที่ควรใช้เจ้าสกินแคร์กลุ่มวิตามินเอนี้ ไปดูกันเลย

**กลุ่มคนที่ตั้งครรภ์หรือมีแพลนกำลังจะมีน้อง ต้องหยุดใช้เรตินอลไปก่อนนะคะ**

 

ทางลัดไปอ่านหัวข้อที่สนใจกันเลย

 


 

Retinoid (เรตินอยด์) คืออะไร?

ก่อนจะไปเจอเรตินอล มาเริ่มรู้จักกับคำว่า Retinoid (เรตินอยด์) กันก่อน เรตินอยด์ คือคำที่ใช้เรียกอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอทั้งครอบครัวทั้งหมด(ซึ่งที่เราเรียกกันว่า เรตินอล เรตินัล หรือวิตามินเอจะเป็นการเรียกเจาะจงไปที่ตัวใดตัวหนึ่งนั่นเอง) ได้แก่

  • Retinol Ester
  • Retinol
  • Retinaldehyde
  • Retinoic Acid
  • Adapalene (Differin)
  • Tretinoin (Retin-A)
  • Tazarotene (Avage, Tazorac)
  • Isotretinoin (Accutane)

 

ที่เห็นว่า กลุ่มวิตามินเอ มีเยอะขนาดนี้ เพราะเรตินอยด์ถูกเอามาแปลงร่างให้เป็นรูปฟอร์มอนุพันธ์ที่หลากหลาย ให้มีความอ่อนโยนมากขึ้น ซึ่งค่อนข้างมั่นใจเลยว่าเมื่อพูดถึง Retinol สิ่งแรกที่หลายคนกังวลคงไม่พ้นเรื่องระคายเคืองผิวแน่นอน ซึ่งการที่เค้าเอามาปรับเป็นรูปอนุพันธ์ต่างๆ ก็เพื่อให้สามารถทาลงผิวแล้วรู้สึกระคายเคืองน้อยลงนั่นเอง

 

แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าสารอนุพันธ์ทั้งหลายจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม ในตอนจบทุกตัวจะต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็น Retinoic Acid ในผิวทีหลัง เพื่อให้ออกฤทธิ์ได้จริง ผิวเอาไปใช้งานต่อได้ ด้วยกลไกเสต็ปนี้… Retinyl Ester → Retinol → Retinaldehyde → Retinoic Acid (ไม่งงนะ? ถ้างงก็ข้ามช่วงนี้ไปดูที่เราอธิบายรายละเอียดทีละตัวได้เลย)

 

ทำไมควรมีเรตินอยด์ (วิตามิน เอ) อยู่ในรูทีน?

 

1.ช่วยลดสิว โดยเฉพาะสิวอุดตันต้องจบที่ตัวนี้ ที่บอกว่าใช้แล้วสิวผุดไม่ใช่แค่ข่าวลือ เพราะความสามารถในการผลัดเซลล์ผิวที่ AHA ยังแพ้ ทำให้เซลล์ผิวเรียงตัวสวย เท็กซ์เจอร์ผิวเนียนเรียบขึ้น สิวอุดตันก็น้อยลง

2.ช่วยลดริ้วรอย ต้านความแก่ คอนเฟิร์มด้วยผลวิจัยรองรับมากที่สุด (เฉพาะ Retinoic Acid, Tretinoin) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้ได้ แต่ต้องทาต่อเนื่อง 6 เดือนขึ้นไป+

3.ช่วยอัพผิวกระจ่างใส ด้วยการบล็อคเม็ดสีผิว(melanin) รอยดำจางลงเร็วขึ้นเพราะเซลล์ผิวเรียงตัวผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำออกไป

4.ช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งผิวหนัง กระเนื้อ

 

รีวิว วิตามินเอ เรตินอล

 

กลไกการทำงานของเรตินอยด์ (Retinoid)

Retinyl Ester → Retinol → Retinaldehyde → Retinoic Acid

 

■ Retinyl Ester - ✔︎ ซื้อใช้ได้เอง เป็นชนิดที่อยู่ในสกินแคร์ทั่วไป

เป็นเรตินอยด์ชนิดที่อ่อนโยนที่สุด เมื่อทาลงไปบนผิวจะใช้ 3 steps ในการเปลี่ยนรูป ซึ่งเจ้าตัวนี้เหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย หรือเพิ่งเริ่มลองใช้วิตามินเอ Retinyl Propinoate, Retinyl Palmitate น่าจะเป็นตัวที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในกลุ่ม Retinyl เรื่องช่วยลดริ้วรอยและสร้างเม็ดสี สำหรับ Retinyl Acetate และ Retinyl Linolate ควรใช้ร่วมกับเรตินอยด์ตัวอื่นที่แข็งแรงกว่า ต้องใช้ 3-6 เดือนขึ้นไปถึงจะเริ่มเห็นผล

 

ไอเท็มแนะนำ : A+ High-Dose Retinoid Serum

 

■ Retinol - ✔︎ ซื้อใช้ได้เอง เป็นชนิดที่อยู่ในสกินแคร์ทั่วไป

เป็นเรตินอยด์ที่ใช้ 2 step ในการเปลี่ยนรูปเห็นผลชัดกว่า Retinyl ester ช่วยเรื่องริ้วรอยจากแสงแดด ปรับปรุงความยืนหยุ่นของผิว มีประสิทธิ มีความระคายเคืองมากกว่า Retinyl ester ยิ่งเข้มข้นมากยิ่งระคายเคืองมากช่วงการเห็นผล 3-6 เดือน

 

ไอเท็มแนะนำ : The Inkey List Retinol

 

■ Retinaldehyde - ✔︎ ซื้อใช้ได้เอง เป็นชนิดที่อยู่ในสกินแคร์ทั่วไป

เป็นสารตั้งต้นของ Retinoic acid ตัวนี้อาจจะสร้างความระคายเคืองผิวได้มากกว่า Retinyl ester และ Retinol แต่ช่วยซ่อมแซมความเสียหายจากรังสี UVA ช่วยลดริ้วรอยได้ ถ้าใช้คู่กับไฮยาลูรอนจะช่วยเรื่องสิวได้ ใช้ความเข้มข้นแค่ 0.05% 4 เดือนครึ่งก็เริ่มเห็นผลเรื่องริ้วรอย ผลลัพธ์จะชัดที่สุดช่วง 11 เดือน

 

ไอเท็มแนะนำ : Herbitage The Concentrate 25.8

 

■ Retinoic Acid - ✘ ซื้อใช้เองไม่ได้ ถูกจัดให้เป็นยาควบคุมโดยเภสัชกรหรือแพทย์เท่านั้น

อย่างที่บอกว่านี่คือสารที่ออกฤทธิ์ในผิวเราจริงๆ พอทาไปแล้วผิวเราจะดูดซึมไปใช้งานได้เลย ที่จริงก็หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปนะ แต่ต้องให้คุณเภสัชจ่ายยาให้หรือซื้อใช้ตามใบสั่งแพทย์ เพราะผลข้างเคียงเยอะ

มีประสิทธิภาพที่สุดเรื่องลดผิวเสื่อมสภาพจากรังสียูวี ใช้ที่ความเข้มข้น 0.05% 4 เดือนครึ่งก็เริ่มเห็นผลเรื่องริ้วรอยและความแห้งกร้าน ผลลัพธ์จะชัดที่สุดหลังใช้ไป 11 เดือน

 

■ Bakuchiol - ✔︎ ซื้อใช้ได้เอง เป็นชนิดที่อยู่ในสกินแคร์ทั่วไป

เป็นสารสกัดจากเมล็ด Psoralea corylifolia(Babchi) ถึงหน้าตาโครงสร้างทางเคมีจะไม่ได้เลียนแบบเรตินอล แต่นางทำได้เหมือนเรตินอลเป๊ะ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในผิว ผลัดเซลล์ผิว ยับยั้งเม็ดสี ลดการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระได้ ที่สำคัญคือมีความอ่อนโยนแทบจะไม่มีผลข้างเคียง ต้องใช้อย่างน้อย 4 เดือน+

 

ไอเท็มแนะนำ : Miraculum Bakuchiol Anti-Aging Regenerating Day and Night Face Serum

 

วิตามินเอคืออะไร วิธีใช้เรตินอล

 

เทคนิคจัด Retinol Routine ทาตอนไหน? ทายังไงให้เห็นผล?

ทาตอนไหนยังไง?  ใช้ได้เฉพาะช่วงก่อนนอนเท่านั้น โดยควรมอยเจอร์ไรเซอร์ก่อนได้ แล้วค่อยทาโปรดักส์เรตินอยด์ของคุณก่อนจะปิดไฟนอนสวยๆ และที่สำคัญถ้าใช้เรตินอลแล้วต้องไม่ลืมทากันแดดปกป้องผิวให้เต็มที่ในทุกๆ วันด้วยนะคะ

เรามาดูกันว่า เรตินอลใช้กับส่วนผสมอะไรแล้วยิ่งดี ผิวยิ่งปัง

 

กลุ่มที่ใช้คู่กับเรตินอลแล้วดีกับผิว

Retinol + Peptides - ช่วยฟื้นฟูชั้นผิว เติมความชุ่มชื้น

Retinol + Hyaluron - ช่วยเติมความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง

Retinol + Allantoin - เติมความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง

Retinol + Niacinamide - ลดการระคายเคือง ฟื้นฟูชั้นผิว

Retinol + Green Tea - ลดการอักเสบ

 

และกลุ่มที่ห้ามใช้พร้อมกับเรตินอล (ในที่นี้คือเวลาเดียวกันนะ อาจจะแบ่งแยกกันใช้ เช้า-เย็นได้จ้า)

Retinol x Benzoyl Peroxide - เพราะจะทำให้ผิวแห้งและระคายเคือง

Retinol x AHA/BHA - ใช้พร้อมกันจะยิ่งทำให้ผิวบาง เสี่ายงต่อการระคายเคือง

Retinol x Vitamin C - ออกฤทธิ์ขัดกันเอง เสี่ยงเกิดการระคายเคือง

สุดท้ายนี้ กลุ่มคนที่ตั้งครรภ์หรือมีแพลนกำลังจะมีน้อง ต้องหยุดใช้เรตินอลไปก่อนเลยนะคะ

 

วิธีใช้เรตินอล เรตินอลห้ามใช้กับอะไร

👩‍⚕️คอนเทนต์นี้จัดทำโดยเภสัชกรวิชาชีพประจำ ChoiceChecker👩‍⚕️


 

Reference


บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น


เข้าใจถ่องแท้เลยค่ะ
11/10/2022 18:01
ความรู้ดีดีเลยค่ะ แบบนี้ กำลังหาข้อมูลเลย
16/06/2022 10:07
ได้ความรู้เยอะเลยค่า
24/04/2022 09:28
น่าสนใจค่ะ
11/04/2022 10:17
ผิวแพ้ง่ายจะใช้ได้ไหม
11/04/2022 03:44