ผ่านปี 2025 มาอย่างดุเดือด ปีที่ผ่านมามีสกินแคร์ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด แต่จะมีสักกี่ตัวที่ใช้แล้วชอบจนต้องซื้อซ้ำ และมั่นใจว่า ปี 2026 นี้ ฉันต้องมีเธอไปด้วย! วันนี้เราคัดมาให้แล้วเน้นๆ ครบจบตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งงานผิว งานปาก ไปจนถึงงานฟัน! มาดูกันว่าผู้เข้ารอบ Final Walk มีใครบ้าง
⚠️ คำเตือน: บอกเลยว่าทุกตัว แบรนด์ไม่ได้จ้าง (แต่อยากจ้างก็จ้างได้นะ) เพราะตอนนี้เขียนรีวิวด้วยโทรศัพท์ที่สู้ชีวิตยิ่งกว่าเจ้าของเครื่อง จอติดๆ ดับๆ แบตบวมจนลุ้นว่ามือจะขาดตอนไหน ขาดอีก 5 หมื่นจะได้เครื่องใหม่ แต่มีติดตัว 200 บาท ฮี่ๆ อาจมีไร้สาระบ้าง ขอรับรองว่าเนื้อหาคุ้มค่าอ่านแน่นอน การันตี No ChatGPT เขียนจ้า... (เพราะใช้ Gemini ช่วยเกลานิดนึง อะหยอกๆ 😜) อยากบอกว่ากว่าจะเขียนจบปวดหัวมาก งั้นไปดูกันเลย!
1. หมวด Basic Routine ขาดไม่ได้ ต้องมีติดบ้าน)
พื้นฐานผิวดี เริ่มต้นที่ 3 ขั้นตอนนี้ ถ้าเบสิคไม่แน่น ใช้อะไรก็ไม่เห็นผล!

1. Eucerin Pro ACNE SOLUTION 3X TREATMENT GEL TO FOAM CLEANSER
เจลล้างหน้าจบวงจรสิว ล้างสะอาด ผิวไม่เอี๊ยด ตัวตึงที่คนเป็นสิวต้องมี!
Key Ingredients & Active Ingredients ตัวนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่ใส่กลุ่ม Acid มาครบ 3 ตัวเพื่อจัดการปัญหาสิวแบบ 3X ตามชื่อรุ่นเลยครับ
- Salicylic Acid (BHA) พระเอกของคนเป็นสิว ใส่มาเพื่อช่วยละลายสิ่งอุดตันในรูขุมขน ลดความมันส่วนเกิน และจัดการสิวอุดตันให้อยู่หมัด
- Glycolic Acid (AHA) ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกอย่างอ่อนโยน ทำให้รอยสิวดูจางลง ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้น
- Gluconolactone (PHA) กรดรุ่นใหม่ที่อ่อนโยน ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน ลดรอยสิวโดยไม่ทำให้ผิวระคายเคือง
- Glycerin ใส่มาเพื่อเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวหลังล้างไม่แห้งตึง รักษาสมดุลผิวได้ดี
Texture (เนื้อสัมผัส)
- เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นแบบ Gel-to-Foam คือบีบออกมาตอนแรกจะเป็นเนื้อเจลใสๆ แต่พอผสมน้ำแล้วถูวนๆ จะเปลี่ยนเป็นฟองโฟมนุ่มละเอียด ฟองกำลังดีไม่เยอะจนฟูฟ่อง ล้างออกง่ายมาก ไม่ทิ้งความเมือกไว้บนผิว
Real User Experience (รีวิวจากผู้ใช้จริง)
- ข้อดี : ความรู้สึกแรกหลังล้างคือ สะอาดมาก แบบรูขุมขนได้หายใจ แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์คือ หน้าไม่เอี๊ยด เลย ผิวยังมีความนุ่มชุ่มชื้นอยู่ (ต่างจากโฟมรักษาสิวทั่วไปที่ล้างแล้วหน้าแห้งผาก) หลังจากใช้ต่อเนื่องรู้สึกชัดเจนว่าสิวอุดตันลดลง สิวอักเสบแห้งไวขึ้น หน้ามันน้อยลงระหว่างวัน ถือเป็น Cleanser ที่หวังผลเรื่องการลดสิวได้จริง ไม่จกตา
- ข้อคิดเห็น : ในส่วนผสมมี Alcohol Denat. และ Parfum (น้ำหอม) ใส่มาด้วย ซึ่งช่วยเรื่องการยับยั้งเชื้อและฟีลลิ่งสดชื่นตอนล้าง สำหรับคนผิวมัน-ผิวผสมใช้ได้สบายมาก แต่ถ้าใครเป็นสาย Sensitive Skin ผิวแพ้ง่ายขั้นสุด หรือแพ้น้ำหอม/แอลกอฮอล์ อาจจะต้องเทสต์ก่อนใช้นิดนึงครับ แต่ส่วนตัวใช้แล้วไม่แพ้ สิวไม่เห่อเพิ่มครับ
Verdict : ให้ไปต่อในปี 2026 แบบไม่มีข้อกังขา เพราะเป็นเจลล้างหน้าที่บาลานซ์ความสะอาดกับการรักษาสิวได้ดีที่สุดตัวหนึ่งในท้องตลาดตอนนี้!

2. HERBITAGE Pink Rice A.I. Moisturizer
ตามที่แบรนด์เคลมคือ : ผิวดีเหมือนเจนด้วย AI ชุ่มชื้น อิ่มฟู เหมือนผิวสร้างเอง
Key Ingredients & Active Ingredients ส่วนผสมจุกๆ Active แน่น 26.7% ตัวนี้คือ Smart Skincare ใส่สารบำรุงมาแน่นถึง 26.7% เรียกว่ากะเอาให้ผิวเปลี่ยนเลยทีเดียว
- 4.2% Thai Rice Ai Complex™ ข้าวไทย (สารสกัดข้าวหอมมะลิ + โปรตีนรำข้าว) ผสานกับ ENCAP OXYresveratrol ช่วยต้านอนุมูลอิสระ (AOX) ขั้นสุด และลดเลือนจุดด่างดำ
- Encapsulated Melatonin & Vitamin B12 ช่วยกู้ผิวโทรม ซ่อมแซมผิว และให้สีชมพูธรรมชาติโดยไม่ต้องแต่งสี (Soothing & Repair)
- Nubiome & Skinmimic MB เสริมสมดุลไมโครไบโอม Micro-biome และเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
- HydraFence & Glycerin ล็อคความชุ่มชื้นยาวนาน
- Eucoolan ช่วยลดอุณหภูมิผิว Anti-Thermal Aging เหมาะกับอากาศเมืองไทยมาก
💧 Texture (เนื้อสัมผัส & กลิ่น)
- เนื้อสัมผัส เป็น Liquid Crystal Emulsion Technology 4.0 โครงสร้างครีมเลียนแบบชั้นผิวจริง แบรนด์เม้าท์ว่าส่องกล้องดูแล้วโครงสร้างเป๊ะมาก ทำให้ซึมลึกแต่ยังทิ้งฟิล์มบางๆ เคลือบผิวไว้เหมือนมีผิวชั้นที่สอง นุ่มลื่น ไม่เหนอะหนะ
- กลิ่นของเราเป็นล็อตเก่าได้กลิ่นเคมีนิดนึง แต่ปัจจุบันล็อตใหม่ (261/68) แก้ไขเรื่องกลิ่น Solvent แล้ว ตอนนี้เป็นกลิ่น ข้าวหอมมะลิ อ่อนๆ เหมือนเอาน้ำซาวข้าวหอมมะลิ 415 ที่เพิ่งเกี่ยวใหม่ๆ มาล้างหน้า หอมธรรมชาติแบบไทยๆ ฟินมาก
Real User Experience (รีวิวจากผู้ใช้จริง)
- ข้อดี : ยอมใจในความอัจฉริยะของเทคโนโลยี A.I.M (Adaptogen Intelligent Moisturizing) คือไม่ว่าวันนั้นหน้าจะมัน หรือหน้าจะแห้ง ตัวนี้มันปรับสมดุลได้พอดีเป๊ะ หลังจากใช้เกือบหมด 2 ขวดแล้วรู้สึกได้ว่าผิวดูอิ่มฟู เหมือนคนนอนเต็มอิ่ม ผิวละเอียดขึ้นเหมือนใช้ AI รีทัชจริงๆ รู้สึกได้เลยว่าผิวแข็งแรงขึ้น ไม่แพ้ง่ายเหมือนก่อนหน้านี้ ใครหา Moisturizer ที่ครบจบทั้งกันแก่-ชุ่มชื้น-ไบร์ท ต้องตัวนี้
- ข้อคิดเห็น : ความพีคคือ "ไม่มีขาย" (ในตอนนี้) เพราะทางแบรนด์ทำมาแจกฟรีเป็นของแถม หรือให้ Tester ลองใช้เพื่อเก็บ Feedback พัฒนาสูตร (ใครได้ไปคือ Rare Item มาก) ต้องคอยตามข่าวหน้าเพจว่าเขาจะเปิดขายจริงเมื่อไหร่ ถ้าหมดแล้วคือหาซื้อยากนิดนึงครับ
Verdict : MVP แห่งปี 2026 ในหมวดนวัตกรรม! เป็นมอยส์เจอไรเซอร์แบรนด์ไทยที่ยกระดับข้าวไทยได้ Inter มาก ถ้าเปิดขายจริงเมื่อไหร่ เตรียมเหมาแน่นอนครับ

3. Foresta Vegan Sunscreen (The Most Favorite 👑👑👑👑)
กันแดดแมวเขียวในตำนาน ใช้ดีจนต้องร้องขอชีวิต ติดโพลทุกปี..อย่าเลิกผลิตนะ
Key Ingredients & Active Ingredients กันแดดไฮบริด + สมุนไพรจุกๆ ตัวนี้เป็น Hybrid Sunscreen ที่รวมข้อดีของทั้ง Chemical และ Physical เข้าด้วยกัน กันได้ครบทั้ง UVA, UVB, IR และ Blue Light
- Sunscreen Filters จัดเต็มทั้ง Tinosorb S, Avobenzone, Homosalate, Octocrylene (Chemical) และ Titanium Dioxide (Physical) มั่นใจได้ว่าผิวไม่ไหม้ ไม่หมอง เพิ่มเติมดูรีวิวเก่าเราได้เลย เขียนครบละเอียดทั้ง 3 บทความ ติดท็อปทุกลิสต์
- Plant-Based Actives (Organic/Ecocert) สายธรรมชาติถูกใจสิ่งนี้ เพราะใส่สมุนไพรมาช่วยบำรุงและปลอบประโลมผิวแบบ 3-in-1 (Moisturizer + AOX + Sunscreen)
- Green Tea & Tea Tree ช่วยต้านอนุมูลอิสระ (AOX) และลดการเกิดสิว
- Birch Sap & Bamboo Juice เติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้น
- Mint (Mentha Piperita Leaf Extract) ให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว ลดอุณหภูมิผิวเวลาออกแดด
Free From : No Silicone, No Fragrance ใครแพ้ซิลิโคนอุดตัน หรือแพ้น้ำหอม ตัวนี้รอด
💧 Texture เนื้อสัมผัส
- เนื้อสัมผัสคือจุดขายที่ทำให้รักมา 4 ปี เนื้อครีมสีขาวนวล แต่พอเกลี่ยแล้วแตกตัวซึมหายไปกับผิวเลย (Lightweight & Fast-absorbing) ไม่ทิ้งคราบขาว (Non-whitening) ไม่เหนียวเหนอะหนะ (Non-greasy) และที่สำคัญคือไม่มีซิลิโคน ทำให้รู้สึกเบาสบายหน้ามาก ไม่เคลือบผิวจนอึดอัด
Real User Experience (รีวิวจากผู้ใช้จริง)
- ข้อดี : ยกให้เป็น The Best ที่ใช้ต่อเนื่องมา 4 ปีเต็ม คือมันทำหน้าที่กันแดดได้สมบูรณ์แบบ ทา 2 ข้อนิ้วแล้วหน้าไม่วอก ไม่ลอย ไม่เป็นขุย แต่งหน้าต่อได้เนียนกริบ ระหว่างวันหน้าไม่เยิ้ม คุมมันได้กลางๆ ผิวดูสวยธรรมชาติ ราคาก็น่ารักจับต้องได้ เป็นกันแดดที่คุณภาพเกินราคาไปมาก
- ข้อคิดเห็น : ข้อเสียเดียวคือหาซื้อยาก/ของขาดตลาดบ่อย ช่วงไหนของหมดคือใจจะขาด ต้องคอยตุนตลอด ตัวนี้โดนตกเพราะน้องธันเคยรีวิว..อยากให้ผลิตออกมาเยอะๆ พอๆ กับความต้องการแฟนคลับหน่อย แต่อย่าเลิกผลิตพอ 5555
Verdict : เอาไปเลย 4 มงไม่พูดมาก แต่มีข่าววงในมาบอกต่อว่า ปี 2026 นี้ แบรนด์เขากำลังจะมีแบรนด์ใหม่ไฉไลกว่าเดิมในชื่อ Foresty แฟนคลับกันแดดแมวเขียวเตรียมตัวรอตำตำนานบทใหม่กันได้เลย!
2. หมวด Active Ingredients ตัวช่วยแก้ปัญหาเฉพาะจุด

✨ Brightening (งานผิวกระจ่างใส)
ปีนี้ขอยกให้คู่นี้เป็น ไบรท์เทนนิ่งราคาประหยัดแห่งปี เพราะเมื่อจับคู่กันแล้ว กลไกการทำงานของสาร Active มันเสริมแรงกันแบบโหดมากครับ ซื้อตามอินฟลูเค้าป้ายยามาเหมือนกัน
1. NIVEA Luminous 630 Skin Glow Serum เซรั่มกู้ผิวใสที่เน้นการปรับสมดุลและลดจุดด่างดำ
🔬 Key Ingredients:
- Thiamidol (Isobutylamido Thiazolyl Resorcinol) สารจดสิทธิบัตรของนีเวีย พระเอกในการปิดด่านสุดท้าย บล็อกเอนไซม์ Tyrosinase ไม่ให้ผลิตเม็ดสี
- Niacinamide + Aloe Vera ช่วยกระชับรูขุมขนและเติมความชุ่มชื้น
- Sodium Hyaluronate ให้ความชุ่มชื้นแบบไม่ทำให้หน้ามัน
💧 Texture & Experience
- เนื้อเบา ทาง่าย สบายผิวมาก ตัวนี้ไม่มีสารผลัดผิว รอยดำใหม่ๆ ช่วยได้ดีมาก ส่วนความ Glow ที่ได้ มาจากการที่ Niacinamide ปรับสมดุลความมัน + HA เติมน้ำให้ผิวไม่แห้ง พอผิวสมดุลและไม่หมองคล้ำจาก Thiamidol ผิวเลยดูโกลว์ใสขึ้นครับ
⚠️ Note : มี Alcohol Denat. และน้ำหอม
2. L'OREAL Glycolic-Bright Instant Glowing Serum เซรั่มที่เน้นการผลัดผิวเบาๆ และดักจับความหมองคล้ำตั้งแต่ต้นทาง
Key Ingredients
- Melasyl พระเอกตัวชูโรงที่ทำหน้าที่ดักจับสารตั้งต้นที่จะเปลี่ยนเป็นเม็ดสีส่วนเกิน (Melanin precursors) เปรียบเสมือนด่านหน้า
- Glycolic Acid (AHA) ใส่มาปริมาณเล็กน้อย คาดว่า <1% ช่วยผลัดผิวเบาๆ ร่วมกับ HEPES ช่วยลดเลือนรอยสิวสะสมและจุดด่างดำ
- Niacinamide + Vitamin C (3-O-Ethyl Ascorbic Acid) ช่วยเรื่องความกระจ่างใสและต้านอนุมูลอิสระ
Texture & Experience
- ช่วยป้องกันฝ้าและผิวหมองจากแดดได้ดี รอยสิวจางไวขึ้นเพราะมี AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิว
⚠️ Note : มี Alcohol และน้ำหอม
Why This Combo..ทำไมคู่นี้ถึงต้องใช้คู่ไปด้วยกัน?
Melasyl + Thiamidol = การจับคู่ Active ที่โหดมาก
ถ้าเปรียบการสร้างเม็ดสีเหมือนสายพานการผลิต คู่นี้คือการตัดทั้งต้นทาง + ปลายทาง เลย
- L'OREAL (Melasyl) = ด่านหน้า Upstream ทำหน้าที่บล็อกสารตั้งต้นตั้งแต่เริ่ม ทำให้มีวัตถุดิบหลุดรอดไปเข้ากระบวนการผลิตเม็ดสีน้อยลง เหมาะมากสำหรับช่วงที่ผิวถูกกระตุ้นหนักๆ เช่น หลังสิวหาย หรือหลังออกแดดจัด
- NIVEA (Thiamidol) = ด่านสุดท้าย Downstream ทำหน้าที่บล็อกเอนไซม์ Tyrosinase โดยตรง จัดการกับสารตั้งต้นที่หลุดรอดมาจากด่านแรก ไม่ให้เปลี่ยนเป็นเม็ดสีสำเร็จรูป
ผลลัพธ์เมื่อใช้คู่กัน
- เม็ดสีใหม่เกิดยากขึ้น เม็ดสีเก่าค่อยๆ จางลง
- ผิวใสสม่ำเสมอ ลดฝ้าแดดและรอยสิวได้ดีกว่าการทาตัวใดตัวหนึ่งเดี่ยวๆ (จาก Feedback ผู้ใช้หลายคนยืนยันว่าใช้คู่ดีกว่า ทั้งพี่กอล์ฟ Solarman พี่ ชิน Skinnerd คุณนุชอบทาครีม และครอบครัวเพจครู Skindex )
- เสริมด้วย Niacinamide ที่มีในทั้งสองตัว ช่วยลดการขนส่งเม็ดสีขึ้นสู่ชั้นผิว และ L'Oreal มี AHA อ่อนๆ ช่วยผลัดผิวเก่าออก
💧 Hydration (งานเติมน้ำให้ผิว)

ปีนี้เทรนด์ Skin Flooding หรือการถมความชุ่มชื้นยังคงมาแรง 2 ตัวนี้คือที่สุดของการเติมน้ำที่เนื้อสัมผัสต่างกันคนละขั้ว แต่ผลลัพธ์คือผิวอิ่มฟูเหมือนกัน!
1. Hada Labo Premium Hydrating Lotion ตำนานน้ำตบขวดทองผิวฟู กู้หน้าโทรมชั่วข้ามคืน
Key Ingredients & Active Ingredients:
- Premium Hyaluronic Acid 5-7 Types ไม่ใช่แค่ไฮยาธรรมดา แต่ใส่มาแบบ Multi-layered Hydration ทั้งโมเลกุลใหญ่ (Macro HA) เคลือบผิว, โมเลกุลเล็ก (Micro/Hydrolyzed HA) ซึมลึก, และตัวเด็ดอย่าง Sodium Acetylated HA (Super HA) ที่เกาะผิวแน่นพิเศษ รวมถึง HA Crosspolymer ที่ถักทอเป็นตาข่ายกักเก็บน้ำ
- Sacran (Aphanothece Sacrum Polysaccharide) สารสกัดจากสาหร่ายน้ำจืดหายาก ช่วยเคลือบผิวและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีกว่า Hyaluronic Acid ทั่วไปถึง 5 เท่า!
- Hydroxyethyl Urea ตัวช่วยเสริมความชุ่มชื้น ให้ผิวนุ่มลื่นทันที
💧 Texture (เนื้อสัมผัส)
- เนื้อโลชั่นเข้มข้น มีความหนึบเล็กน้อย Rich Essence-like texture สีใส แต่เกลี่ยแล้วซึมเข้าผิวได้ดี ทิ้งความรู้สึกชุ่มชื้นเคลือบผิวไว้ชัดเจน
Real User Experience (รีวิวจากผู้ใช้จริง)
- ข้อดี : ยกให้เป็น The Best of Recovery Lotion วันไหนหน้าโทรม นอนน้อย หรือผิวแห้งลอกเป็นขุย โบกตัวนี้ไปคืนเดียวรู้เรื่อง! ตื่นมาหน้าฟู อิ่มน้ำ รูขุมขนดูตื้นขึ้นทันที ความชุ่มชื้นอยู่ทนทั้งวัน เหมาะมากสำหรับคนผิวแห้งถึงผิวผสมค่อนข้างแห้ง
- ข้อคิดเห็น : ด้วยความเข้มข้นสูง เนื้อจะมีความหนึบหนับหลังทานิดนึง ใครที่หน้ามันมากๆ อาจจะรู้สึกหนักผิวไปหน่อย แนะนำให้ใช้เฉพาะตอนกลางคืนครับ
2. Foresta Brittany Power Essence (สเปรย์เซรั่มกู้ผิวพัง ปลอบประโลมขั้นสุดดุจทำสปาผิว)
Key Ingredients & Active Ingredients
- Sea Water + Aqua เบสเป็นน้ำทะเลที่อุดมด้วยแร่ธาตุ Magnesium, Calcium, Zinc ช่วยปรับสมดุล Microbiome และลดการอักเสบ
- MARSturizer™ (Pseudoalteromonas Ferment Extract) พระเอกของขวด สารหมักจากจุลินทรีย์สุดอึดในแม่น้ำสีแดง Rio Tinto ประเทศสเปน ช่วยเสริมเกราะผิว Skin Barrier ลดการสูญเสียน้ำ (TEWL) และกระตุ้นคอลลาเจน
- Oligopeptide-1 (EGF) เปปไทด์ หรือโปรตีนสำคัญในร่างกายที่ทำหน้าที่เหมือนบอดี้การ์ดผิว ส่งสัญญาณให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง ช่วยให้ผิวแน่นกระชับ
- Botanical Soothers อัดแน่นด้วยสารปลอบผิว ทั้ง Lavender Flower Water, Chamomile, Mirabilis Jalapa, และ Licorice ลดอาการแดง คัน ระคายเคืองได้ชะงัด
💧 Texture (เนื้อสัมผัส)
- เนื้อเป็นน้ำใสๆ Watery Essence หัวสเปรย์ฟุ้งละเอียด ฉีดแล้วเบาสบายผิวมาก ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีซิลิโคน ไม่มีแอลกอฮอล์
Real User Experience (รีวิวจากผู้ใช้จริง)
- ข้อดี : นี่ไม่ใช่แค่สเปรย์น้ำแร่เด้อ แต่มันคือ Barrier Recovery Essence ในรูปแบบสเปรย์ ใครที่ผิวแพ้ง่าย ผิวพังจาก Active แรงๆ หรือมีผดผื่น ฉีดตัวนี้คือจบ มันช่วย Calm ผิวได้จริง ผิวที่แดงๆ ร้อนๆ เย็นลงทันที รู้สึกผิวแข็งแรงขึ้นจริงเมื่อใช้ต่อเนื่อง เป็นไอเทมกันตายของชาว Sensitive Skin ใครชอบแต่งหน้าฉีดระหว่างวันได้เลย หัวสเปรย์คือดีสุดตั้งแต่ใช้สเปรย์มาทุกชนิด ฟุ้งละเอียดมากประทับใจที่สุด!
- ข้อคิดเห็น : ขอติเรื่องเดียวคือ ขวดจิ๋วแต่ราคาไม่จิ๋ว (จะบอกว่าแอบนอยด์ ก็ไม่ได้ เพราะส่วนผสมที่ใส่มาเกินราคามาก 555 ถ้าแบรนด์อื่นทำอย่างต่ำคือหลักพัน แต่ Foresta ทำมาให้ในราคาหลักร้อย) และหัวสเปรย์ฉีดเพลินมาก แป๊บเดียวหมดขวด วอนแบรนด์ทำไซส์ใหญ่ด่วนๆ ใช้ไม่พอ!
Verdict :
- Hada Labo ไปต่อในปี 2026 ในฐานะ King of Hydration ที่ถูกและดี หาซื้อง่าย
- Foresta ไปต่อในฐานะ Rising Star ของวงการสกินแคร์กู้ผิวแพ้ ที่ส่วนผสมล้ำเกินเรื่องสเปรย์ทั่วไป
3. หมวด Special Care ดีเทลเล็กๆ ที่สร้างความต่าง

Lip Care งานปากฉ่ำน่าจุ๊บ
1. Maybelline Lifter Gloss ตัวนี้คือ ฟิลเลอร์แบบทา ที่แท้ทรู ใครกลัวเข็มแต่อยากปากอิ่มต้องจัด นางใส่ Hyaluronic Acid มาแบบตะโกน!
ทำไมต้องมี คือเนื้อนางมีความหนึบแต่ไม่เหนียว งงไหม? คือมันเกาะปากดีมาก แต่ไม่ยืดเป็นชีส ทาปุ๊บปากที่เหี่ยวๆ ร่องลึกๆ คือฟูเต็มขึ้นมาทันที หัวแปรง XL คือสะใจ ปาดทีเดียวจบ
ความรู้สึก
- ให้ฟีลปากลูกคุณหนูอินเตอร์ กลิ่นหอมขนมๆ วานิลลาหน่อยๆ ทาแล้วปากดูแพงเกินราคา Drugstore ไปมาก
2. Love Potion Galaxy Gloss แบรนด์ไทยที่ทำถึง น้องกลอสซุปตาร์ ที่ไวรัลแตกแตนใน TikTok
ทำไมต้องมี น้องมาในธีมแม่มดน้อย แท่งสีดำวิ้งๆ แต่ทาแล้ว เปลี่ยนสีตามค่า pH เป็นสีชมพูระเรื่อๆ ที่ดูสุขภาพดีมาก แถมมีกลิตเตอร์วิบวับเล่นแสงสวยตาแตก เราซื้อเบอร์ 05 COCOA LUNAR ดีจนเพื่อนรอบข้างแอบหยิบใช้ตลอด
ความรู้สึก
- มันเป็นลิปที่หยิบมาทาแล้วสนุก เนื้อออยล์ฉ่ำวาว ช่วยเรื่องปากแห้งลอกได้ดีจริง แถมสีติดทนแบบ Stain เบาๆ กินน้ำไม่หลุดหมด เป็นตัวตายตัวแทนของลิปเคาน์เตอร์แบรนด์ได้เลย ในราคาหลักร้อย
3. Tom Ford Soleil Lip Blush (The Queen 👑) กราบในความลักชูฯ นี่คือที่สุดของลิปบาล์มที่หยิบออกมาทาแล้วคนทั้งโต๊ะต้องมอง
ทำไมต้องมี แท่งทองหรูหราตะโกน แต่ทีเด็ดคือเนื้อลิปใสแจ๋วที่ ใส่ทองคำเปลว 24K ไว้ข้างใน (ทาแล้วรวยเวอร์) ตัวนี้ก็เปลี่ยนสีตาม pH เหมือนกัน แต่จะเป็นชมพูระเรื่อที่ดูผู้ดี แบบลูกท่านทูต ผิวปากจะดูสุขภาพดีเหมือนดื่มน้ำวันละ 8 ลิตร
ความรู้สึก
- (ส่วนตัวชอบอันนี้สุด!) คือเนื้อมันลื่นสมูทมากกกก ไม่มีความเหนียวเลย ให้ความชุ่มชื้นแบบผู้ดี ทาแล้วปากนุ่มจริง อะไรจริง แพงแต่ยอมจ่าย เพราะฟีลลิ่งตอนทามันชนะเลิศ! ปากผู้ชายอย่างเราทาแล้วสวยสุขภาพดีที่สุด มั่นใจ ไม่กลัว Period.
Note ถึงแบรนด์โปรด : ส่วนตัวเชียร์ Tom Ford สุดใจเพราะจริตมันได้ แต่ราคาแรงจนใจเจ็บ... นี่แอบกระซิบว่า รอแบรนด์ Foresty (แบรนด์ใหม่ของ Foresta) อยู่เหมือนกันนะ เห็นทำกันแดดกับสเปรย์ออกมาเทพขนาดนั้น ถ้าปี 2026 นี้ Foresty ทำลิปบาล์มฟีล Tom Ford (เนื้อใส+บำรุงจุกๆ) ออกมาในราคาที่จับต้องได้นะ... บอกเลยว่าตลาดแตกแน่นอน รออยู่นะจ๊ะ!
Oral Care | ดูแลช่องปาก ยิ้มสวยสะบัด 300%

หน้าสวยแต่ฟันเหลือง = จบข่าว ปีหน้าเราต้องยิ้มแบบเปิดไฟให้โลกจำ
1. Linee Professional Teeth Whitening Kit
บอกความจริงกันตรงนี้เลยนะหนุ่ม ๆ สาว ๆ ว่า ฟันขาวถาวรไม่มีอยู่จริง ขนาดขูดหินปูนยังต้องไปทำทุกปีเลย จริงมะ? การฟอกฟันก็เหมือนสกินแคร์ที่ต้องหมั่นดูแลเรื่อยๆ แต่ที่ยกให้ Linee ได้ไปต่อ เพราะน้องคือทางลัดนางฟ้า สำหรับคนรีบ ๆ อีเว้นท์แน่น
เคล็ดลับความจึ้ง : อย่าทาแค่เจลเพียวๆ ต้องใช้คอมโบ ป้ายเจลฟอกฟัน + คาบเครื่องฉายแสง คู่กันเท่านั้น เขามี 2 สี คือ สีฟ้ากับสีแดง ระบบจับเวลาให้เอง แสงสีฟ้าจะไปกระตุ้นเจลให้ทำงานไวแบบติดสปีด บอกเลยว่า เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ความเหลืองลดลง ความไบรท์มาแทนที่ทันที
เหมาะกับใคร
- ใครมีนัดด่วน เดทไฟไหม้ หรือพรุ่งนี้ต้องไปงานแต่งแล้วชุดพร้อมแต่ฟันยังไม่ได้ จัดตัวนี้ด่วน! เป็นกู้ชีพก่อนออกงานที่เวิร์คมาก (ส่วนตัวแนะนำให้เตรียมตัวใช้ก่อนงาน 1 วีคจะชัดสุด)
ความรู้สึก :
- อันนี้เรื่องจริงไม่จกตา คือเวลาถ่ายรูปกลุ่มกับเพื่อนแล้วยิ้มเห็นฟันนะ... เราชนะ ฟันขาวกว่าเพื่อนแบบตะโกน ยิ้มแล้วมั่นใจขึ้นมาก ไม่ต้องคอยหุบยิ้มหรือแต่งรูปฟันขาวอีกต่อไป ถือว่าเป็นไอเทมลับที่ทำให้เราดูดูแลตัวเองดีเวอร์ อยากให้ลองใช้ดู ตอนแรกก็ไม่เชื่อว่าเห็นผลจนใช้จริงเท่านั้นและ ที่ไม่ให้ดาวเต็มเพราะราคาแอบสูง และไม่ได้ขาวถาวร เวลาจิบชาต้องใช้ตลอดเพื่อไม่ให้ฟันเหลือง
4. หมวด Body Care (ผิวกาย)

ผิวกายก็ต้องได้ไปต่อ หยุดที่ตัวนี้หลังจากเสียเงินฟรีมา 20 กว่าแบรนด์
1. Dr.JEL Aquaporin Delicious Body Lotion ขึ่นชื่อว่าโลชั่นลูกรักคนใหม่ ศอกด้านยังกู้ได้ อยู่ห้องแอร์ผิวไม่แห้ง
บอกก่อนเลยว่า ปกติไม่เคยรีวิวโลชั่นเลย เพราะเป็นคนเรื่องมากกับโลชั่นสุดๆ ลองมา 20 กว่าตัว ทั้งเคาน์เตอร์แบรนด์ ทั้งตัวดังในเซเว่น วัตสัน ไม่เคยรอด แต่ตัวนี้ขออวยเหมือนแบรนด์จ้าง (แต่จริงๆ ไม่ได้สักบาท) เพราะมันจึ้งจนต้องบอกต่อ
Key Ingredients & Active Ingredients:
- Glyceryl Glucoside (Aquaporin) สารนวัตกรรมรางวัลโนเบล ช่วยเปิดท่อส่งน้ำในผิว ให้ผิวดื่มน้ำได้ลึกถึงระดับเซลล์
- Hydrafence ช่วยสร้างเกราะป้องกันความชุ่มชื้นยาวนาน 48 ชั่วโมง
- Olea Europaea (Olive) Fruit Oil น้ำมันมะกอกช่วยบำรุงผิวให้นุ่มลื่น
- 8 Free Formula อันนี้จึ้งมาก ดูข้างขวดคือ Free From สารระคายเคือง 8 ชนิด (Alcohol, Paraben, Silicone, Mineral Oil, etc.) ใครเป็นสิวที่หลังหรือผิวแพ้ง่ายใช้ได้สบาย
💧 Texture & Scent (เนื้อสัมผัส & กลิ่น)
- เนื้อโลชั่นคือดีย์! ซึมไวมากกกก ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ติดเสื้อผ้า ไม่ทิ้งคราบมันไว้บนเบาะรถ กลิ่นหอมสดชื่นแบบผ่อนคลาย ทาแล้วฟินเหมือนทำสปา
Real User Experience (รีวิวจากผู้ใช้จริง)
- ความประทับใจแรก ใช้มาแค่ 2 สัปดาห์แรกรู้เรื่อง คือ หลงรักเลย ชอบตั้งแต่ทา 3 วันแรก
- ปกติมีปัญหาข้อศอกลอก ใช้อะไรก็ไม่หาย แต่ตัวนี้เอาอยู่ ผิวที่เคยแห้งลอกกลับมาเนียนนุ่ม
- นั่งทำงาน กินนอนในห้องแอร์ทั้งวัน ผิวตัวอื่นเอาไม่อยู่ แต่ตัวนี้ผิวไม่แห้ง ไม่ลอก ชุ่มชื้นตลอดวันแบบไม่ต้องเติมบ่อย ๆ คือดี๊ย์
- เป็นโลชั่นตัวเดียวในรอบหลายปีที่ยอมเปิดใจรีวิวให้ เพราะมันแก้ปัญหาผิวแห้งกร้านได้จริง ใครที่ผิดหวังจากโลชั่นตามท้องตลาดมาเยอะ อยากให้ลองเปิดใจให้ Dr.JEL ดูครับ ของดีจริงไม่จกตา
5. หมวด Makeup งานเสกความเป๊ะ

เมคอัพยุค 2026 ต้องไม่ทำร้ายผิว สวยทน สวยนาน ในราคาที่ถูกต้อง
1. Essence 16h Cover & Last Powder Foundation แป้งนางฟ้าวันรับปริญญา! ถูกและดีมาตรฐานเยอรมัน
ตัวนี้คือม้ามืดที่มาแรงแซงทางโค้ง แป้งพัฟหลักร้อยแต่คุณภาพหลักพัน ใครกำลังหาแป้งที่ถึก ทน นานต้องตัวนี้
Key Ingredients (คลีนบิวตี้ที่ใส่ใจผิว)
- Kaolin & Corn Starch ช่วยดูดซับความมัน (Oil Control) ได้กริบ
- Shea Butter & Natural Oils (Macadamia, Castor, Sunflower) ใส่มาเพื่อไม่ให้แป้งแมตต์จนหน้าแห้งแตก ช่วยให้เนื้อแป้งเกาะผิวและดูเป็นธรรมชาติ
- Free From ไม่มีพาราเบน, แอลกอฮอล์, น้ำหอม และไมโครพลาสติก แถมเป็น Vegan & Cruelty Free มาตรฐานเยอรมัน ผิวแพ้ง่ายใช้ได้สบายใจ
Real User Experience (รีวิวจากผู้ใช้จริง)
- ประสบการณ์ตรงคืออยากรู้ว่าเจอมาได้ไงไม่รู้ รู้แค่ว่าหยิบมาใช้ วันรับปริญญา แล้วมันรอด คิดดูว่างานรับปริญญาคือบททดสอบมหาโหด ทั้งแดด ทั้งเหงื่อ มากขนาดไหน แต่ตัวนี้คือเอาอยู่อ่ะ
- ความรู้สึก เป็นแป้งที่ติดผิวสุด เนื้อเนียนละเอียด ปกปิดดีแต่ไม่หนาเตอะ ฟีล High Coverage but Lightweight เข้าใจปะ ระหว่างวันเจอเหงื่อแล้วหน้าไม่เป็นคราบไม่เป็นสังขยา ยิ่งเหงื่อออกผิวยิ่งดูไบรท์ผ่องขึ้น คุมมัน กันน้ำ กันเหงื่อได้จริงสมคำเคลม 16 ชม.
Verdict ยกให้เป็น Best Budget Powder แห่งปี ใครงบน้อยแต่อยากหน้าเป๊ะต้องตำ
2. BEAUTILAB A2P Concentrate Peach Dark Spot Corrector (สี Deep Peach)
หลอดเดียวจบ บอกลาคอนซีลเลอร์และรองพื้นไปได้เลย เป็นอีกหนึ่งไอเทมลับที่ทำให้การแต่งหน้าเปลี่ยนไปตลอดกาล น้องคือ Corrector สีพีชที่เกิดมาฆ่ารอยคล้ำโดยเฉพาะ ทั้งใต้ตาเอย ร่องจมูกเอย รอยสิวเอย บลา ๆ ๆ
Key Ingredients & Innovation
- Deep Peach Pigment เม็ดสีพีชเข้มข้นที่ออกแบบมาเพื่อ Neutralize สีม่วง/เขียวของรอยคล้ำใต้ตาและรอยสิวโดยเฉพาะ (ใช้ทฤษฎีสีแก้สี)
- Waterproof & Sweat-Resistant สูตรกันน้ำ กันเหงื่อ ไม่ตกร่อง เหมาะกับอากาศเมืองไทย
Real User Experience (รีวิวจากผู้ใช้จริง)
- จุดเปลี่ยนชีวิต ตั้งแต่เจอตัวนี้ คือ หยุดใช้คอนซีลเลอร์และรองพื้นไปเลย ทาแค่ตัวนี้ตัวเดียวจบ ปกปิดทุกอย่างทั่วหน้าได้เนียนกริบ
- ความรู้สึก สี Deep Peach คือถูกต้องมากสำหรับคนใต้ตาคล้ำหนักๆ กลบมิดแบบไม่ต้องโบกหนา เนื้อแบบ Semi-matte เกลี่ยง่าย ไม่ตกร่องระหว่างวัน หน้าดูมีมิติ ผิวดูสวยธรรมชาติขึ้นทันที ราคาหลักร้อยแต่คุณภาพเทียบเคาน์เตอร์แบรนด์ คุ้มค่ามากที่สุดของที่สุด
Verdict ;
ยกให้เป็น Everyday Essential 2026 สำหรับสาย Minimal Makeup ที่อยากหน้าสวยเป๊ะในขั้นตอนเดียว
จบกันไปแล้วกับมหากาพย์รีวิว "ของดีที่ได้ไปต่อในปี 2026" จะเห็นเลยว่าปีหน้าเทรนด์การดูแลตัวเองเปลี่ยนไปแล้วงับ เราเชื่อว่าทุกคนไม่ได้ต้องการของที่แพงที่สุด แต่สิ่งที่ต้องการจริง ๆ คือของที่ใช่ที่สุด และตอบโจทย์ผิวจริง
- Skincare เน้นเสริมเกราะผิว (Barrier) ให้แข็งแรง และการจับคู่ส่วนผสม (Combo) ที่ฉลาดขึ้น
- Makeup เน้นงานผิวจริง ติดทน และต้องไม่ทำร้ายผิว
- Body & Oral อย่าละเลยดีเทลเล็กๆ อย่างฟันขาวหรือศอกนุ่ม เพราะมันช่วยเพิ่มออร่าความมั่นใจได้มหาศาล
หวังว่ารีวิวฉบับสู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับ นี้จะเป็นลายแทงให้เพื่อนๆ ไปตำตามกันได้แบบไม่ผิดหวังน๊าา..ใครอ่านจบแล้วชอบ ฝากกดไลก์ กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ (เผื่อแบรนด์ไหนผ่านมาเห็นความตั้งใจ จะได้สปอนเซอร์ค่าโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้น้องบ้าง แบตจะระเบิดแล้วจ้าา..
ปีหน้าเจอกันใหม่ สวัสดีปี 2026 ครับ! 👋
ความคิดเห็น