เลือกเจลล้างมือสู้ไวรัส มือไม่พัง แถมหอมปังๆ

โดย Admin 27/02/2020

ผ่านไปแค่เดือนเดียว ปี 2020 ก็เล่นเราซะหนักหน่วง ทั้งฝุ่นควัน ทั้งไวรัส อาวุธคู่กายยอดฮิตของปีนี้คงหนีไม่พ้น หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือที่ต้องมีติดตัวติดกระเป๋าไว้ตลอด หน้ากากพร้อม เจลล้างมือพร้อม เหมือนสุขภาพจะดีแล้วล่ะสิ... แต่ยังก่อน ชีวิตมันไม่ง่ายขนาดนั้น!? นอกจากแค่ความสะอาด หลายคนได้ของแถมจากเจลล้างมือ ‘ทั้งมือแห้ง แถมยังฉุนแอลกอฮอล์มากเลยค่ะพี่ตา ทำยังไงดี ฮืออ’ เรื่องนี้พี่ตาไม่รู้ แต่ Choice Checker จะตอบให้เอง

 

รู้จัก ‘เจลล้างมือ’ อาวุธคู่กายกันก่อน

Hand sanitizer หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือแบบไม่ต้องล้างออก ที่มีทั้งในรูปแบบเจล น้ำ โลชั่น โฟม สเปรย์ แต่จะขอเรียกสั้นๆด้วยชื่อ ‘เจลล้างมือ’ เพราะเป็นชื่อและรูปแบบที่เราคุ้นเคยมากที่สุด และหาซื้อได้ง่ายในไทยนั่นเอง

เจลล้างมือนี้มีทั้งแบบผสมแอลกอฮอล์ (Alcohol based hand sanitizer) และ แบบไม่ผสมแอลกอฮอล์ (Alcohol-free hand sanitizer) แต่แบบที่นิยมใช้และหาซื้อได้ง่ายคือ แบบผสมแอลกอฮอล์ (ประกอบด้วย เอทิลแอลกอฮอล์ และ/หรือ ไอโซโพพิลแอลกอฮอล์) เพราะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดีกว่าแบบไม่มีแอลกอฮอล์ และขอเน้นว่าคุณสมบัติข้อแรกที่เจลล้างมือที่ดีควรมีคือ มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณอย่างน้อย 60% ถึงจะสู้กับเชื้อโรคได้อย่างสมศักดิ์ศรี!!

 

วิกฤตการณ์มือแห้งเพราะเจลล้างมือ!

เมื่อแอลกอฮอล์ถูกบีบลงบนฝ่ามือมันจะจัดการกับเชื้อโรคต่างๆและระเหยไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับความชุ่มชื่นของมือเรา ความสามารถในการกำจัดเชื้อโรคตัวร้ายของแอลกอฮอล์จึงแลกมากับ อาการมือแห้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่แนะนำมากที่สุดคือการทาโลชั่น หรือ Hand cream หลังใช้เจลล้างมือ โดยเน้นที่ครีมที่มีส่วนผสมที่เน้นให้ความชุ่มชื่น เช่น ว่านหางจระเข้, Essential oil, Glycerin และส่วนผสมของวิตามิน E ซึ่งจะช่วยเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวและทำให้มือกลับมานุ่มดังเดิม

ยังมีอีกวิธีที่ช่วยลดอาการมือแห้งจากเจลล้างมือ นั่นคือการเลือกเจลล้างมือที่มีส่วนประกอบที่ให้ความชุ่มชื่นและบำรุงผิวอย่างที่ได้บอกไป โดยบางแบรนด์ที่มีส่วนประกอบเหล่านี้เขาจะเคลมตัวเองเลยว่าเป็นเจลล้างมือที่ให้ความชุ่มชื่นไปในตัวด้วย (Moisturizing hand sanitizer) ซึ่งข้อนี้ถือเป็นคุณสมบัติข้อที่สองที่เจลล้างมือที่ดีควรมี แต่ต้องบอกว่าไม่ค่อยได้เห็นในเจลล้างมือที่ขายในไทยเท่าไหร่นัก (หลายแบรนด์มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื่นบางตัว แต่น้อยเกินกว่าจะเคลมได้) ดังนั้นตัวช่วยยอดฮิตตอนนี้ก็ยังคงตกไปอยู่กับการทาโลชั่นหลังใช้เจลล้างมือนั่นเอง

 

ขอแนะนำเจลล้างมือแบบพกพากับกลิ่นหอมฟินๆ

นอกจากทำความสะอาดมือได้ดีแล้ว มีส่วนผสมที่ไม่ทำให้มือแห้งแล้ว คุณสมบัติอีกข้อที่ไม่ได้เกี่ยวกับความสะอาดแต่เป็นความสุขทางใจล้วนๆ คือกลิ่นหอม พอล้างมือแล้วมีกลิ่นหอมยิ่งทำให้เรารู้สึกสะอาดแบบฟินๆกันไปอีกต่อ วันนี้เลยอยากจะยกเจลล้างมือที่คุณภาพคับหลอดแถมมีกลิ่นหอมมาแนะนำกันสำหรับคนที่ชื่นชอบความหอมโดยเฉพาะ

 

 

ตัวแรกเจลล้างมือที่กำลังฮอตฮิตที่สุดในช่วงนี้ ของแบรนด์ Bath & Body Works ที่มีกลิ่นหอมปังหลายสิบกลิ่นเลือกได้ตามความชอบ มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 68% ถือว่ามีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี และยังมีส่วนผสมที่ช่วยให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวอย่าง Glycerin ด้วย ตัวนี้จึงช่วยให้มือชุ่มชื่นในระดับหนึ่งหลังใช้ แต่ยังแนะนำให้ทาโลชั่นหลังใช้เสริมด้วยนะ

ขนาด: 29 ml

ราคา : 110 บาท ,

สถานที่ : ร้าน Bath & Body Works ทุกสาขา

(ส่วนผสมจาก https://www.drugs.com/otc/124773/anti-bacterial-hand-sanitizer-sweet-pea.html)




 

เจลล้างมือของ Kirei Kirei ใครเคยใช้สบู่ล้างมือของยี่ห้อนี้จะรู้ความขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอม แถมยังหาซื้อได้ง่าย ที่สำคัญราคาไม่แรง แถมมีส่วนผสมของ Glycerin ที่ให้ความชุ่มชื่นผิวได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังแนะนำให้ทาโลชั่นหลังใช้เสริมด้วยจ้า

ขนาด : 50 ml

ราคา : 38.- บาท

ร้าน : Tops, Watsons, ร้านขายยา

 

 

Soap & Glory เป็นอีกแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอมหวานจนต้องเตือนตัวเองว่าห้ามกินเด็ดขาด ตัวนี้นอกจากมีส่วนผสมของ Glycerin ที่ช่วยให้ความชุ่มชื่นแล้วยังมีส่วนผสม Ascorbic acid หรือ วิตามินซี ที่ช่วยบำรุงให้ผิวแข็งแรง ยิ่งใช้โลชั่นทาหลังล้างมือก็ยิ่งช่วยบำรุงผิวชุ่มชื่นได้อีกต่อหนึ่ง

ขนาด : 50 ml

ราคา : 175 บาท

ร้าน : Boots

 175.- บาท



 

สำหรับตัวนี้ลังเลอยู่นานว่าจะพูดถึงดีไหม เพราะยังหาซื้อค่อนข้างยากและราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าพูดถึงในแง่ของส่วนผสมที่ดีต่อผิว และกลิ่นหอมต้องยกให้เลยจริงๆ กับ Touchland power mist ประกอบด้วยแอลกอฮอล์ 67% ที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดี แถมยังมีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ และน้ำมันธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและบำรุงมืออีกด้วยตามที่เขาเคลมว่าเป็น Moisturizing hand sanitizer จริงๆ ที่สำคัญมาในรูปแบบของสเปรย์ฉีด ในแพ็คเกจน่าพกสุดๆ

ขนาด : 38 ml

ราคา : $12 (หรือประมาณ 3ร้อยกว่าบาท และอาจแพงกว่านั้นในร้านนำเข้า)

ร้าน : ร้าน Glog (@glocglocgloc) และสั่งซื้อออนไลน์ทาง https://touchland.com/ (มีที่ไหนอีกบ้างเอามาแชร์กันได้นะ)

 

 อย่าลืมว่า ล้างมือด้วยน้ำ-สบู่ยังคงจำเป็นอยู่

แม้ว่าเจลล้างมือจะสะดวก แต่ยังไงก็ไม่สามารถทดแทนการล้างมือได้ทั้งหมด กรมควบคุมโรคยังยืนยันว่าการล้างมือด้วยสบู่และน้ำ ช่วยกำจัดเชื้อโรคได้มากกว่า และเจลล้างมือไม่หมาะกับการล้างมือที่สกปรกมากจนมองเห็นได้ เช่น เลอะอาหาร เลอะคราบน้ำมัน  ดังนั้นอย่าลืมล้างมือด้วยน้ำสบู่กันอยู่เสมอด้วยนะคะ และแม้ว่าสบู่ล้างมืออาจไม่ได้มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มากเท่ากับเจลล้างมือ แต่การล้างมือบ่อยๆก็ทำลายความชุ่มชื่นของผิวและทำให้มือแห้งได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นอย่าลืมทาครีมที่มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื่นหลังล้างมือด้วยนะ

 

รู้วิธีการเลือกเจลล้างมือที่ทั้งช่วยให้มือสะอาดและสุขภาพดีไปแล้ว พร้อมออกจากบ้านด้วยอาวุธครบมือไปสู้กับเชื้อโรคร้าย (นี่ออกจากบ้านหรือออกจากบ้านไปรบ) ดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ท่องไว้ว่าเราจะต้องรอดพ้นจาก 2020 ไปด้วยกัน (แต่นี่เพิ่งเดือนแรก...)

 

0 Likes

ความคิดเห็น